เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวการเมือง,
ข่าวสังคม,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ช่วยเหลือสังคม
เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 16 ก.พ.63 โดยมีพระครูปลัดสมนึก สุธมุมถิรสทโธ เป็นประธานฝ่ายสาธารณสงเคราห์ พร้อมคณะสงฆ์จังหวัดอุทัยธานี วัดจันทาราราม(ท่าซุง)ร.อ.ม.ล.ศรันสุข ศุขสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิหลวงพ่อปาน พระมหาวีระ ถาวโร นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายวันชัย เกิดมีโภชน์ ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 2 นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 12 นายอาคม แย้มนวล นายอำเภอลานสัก นายสมนึก มุธิตา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองชะนี นายเข็มเพชร แซ่ตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.ป่าอ้อ พร้อมชุดเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่อน.8 ชุดหน่วยควบคุมไฟป่าห้วยขาแข้ง ชุดหน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ชุดหน่วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้ารับสิ่งของศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในครั้งนี้
ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และมูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระถาวโร ที่มอบสิ่งของจำเป็น พร้อมพิธีเปิดมอบประปาหอสูงและโรงกรองน้ำระบบกรองน้ำ ถุงยังชีพและอุปกรณ์การศึกษาของนักเรียน ให้แก่บ้านคลองชะนี โรงเรียนบ้านบุ่งฝาง โรงเรียนบ้านป่าอ้อ อำเภอลานสัก จ.อุทัยธานี ส่วนบรรยากาศภายในงานได้มีการมอบสิ่งของให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ห้วยขาแข้งพร้อมถุงยังชีพ 24 หน่วยงาน 662 ชุด อุปกรณ์ดับไฟป่าและสิ่งของส่วนกลาง แก่หน่วยงานป่าไม้ 24 หน่วยงาน อีกทั้งได้มีการร่วมใจกันปลูกต้นรวงผึ้งต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 และต้นเหลืองปรีดียาธร ณ โรงเรียนบ้านคลองชะนี ต.ป่าอ้อ อ.ลานสัก ดังกล่าว
ภาวิณี ศรีอนันต์ ภาพ/ข่าว
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวการเมือง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา จังหวัดชลบุรี จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมชมการถ่ายทอดสดผ่านช่อง NBT โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปาฐกถาพิเศษ ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุข ถึงการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) นับเป็นกลไกใหม่ ในแต่ละทุกกระทรวง มีหน้าที่ประสานงาน เร่งรัด กำกับและติดตาม ให้รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในกำกับของกระทรวง ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้วย โดยต้องทำงานประสานสอดคล้องกับ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) – คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลนี้ ถือว่าการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็น “วาระแห่งชาติ” การดำเนินการทุกอย่าง ต้องมิใช่เป็นเพียงแนวนโนบาย หรือเป็นแผนในกระดาษ แต่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ในทุกระดับ และมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมา (2556 – 2558) ปัญหาการทุจริต พบความเสียหายในหน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากกว่า 200 เรื่อง คิดมูลค่าความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท วันนี้รัฐบาลนี้ทำให้สถานการณ์การทุจริตลดลงอย่างชัดเจนตามผลสำรวจของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) เกือบ 180 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2556 – 2558 ซึ่งอันดับของประเทศไทยดีขึ้นทุกๆ ปี อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 ก่อนที่รัฐบาลนี้ และ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 102 ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 76 ซึ่งดีขึ้น” เกือบ 30 อันดับ

สำหรับจังหวัดชลบุรี ได้ดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ไปสู่การปฏิบัติเป็นโครงการเน้นหนักตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนตามโครงการ “มหาดไทย ใสสะอาด” มีการดำเนินงานใน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลในเชิงปฏิบัติ ดำเนินการติดตามโครงการที่มีงบประมาณสูงและทุกส่วนราชการมีระบบควบคุมภายใน การป้องกันปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มข้น และการสนับสนุนในมีส่วนราชการใสสะอาด อำเภอใสสะอาด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใสสะอาด
สำหรับการลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยคามร่วมมือในการป้องกัน และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ระหว่าง จังหวัดชลบุรี หอการค้าจังหวัดชลบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี คณะธรรมาภิบาลจังหวัดชลบุรี ประธานเครือข่าย ป.ป.ช ภาคประชาสังคม และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ผลักดัน และประสานความร่วมมือในการร่วมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลปละแนวทางการดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชนให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติฯ นโยบายของรัฐบาล และแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสังเกตการณ์ การตรวจสอบการปฏิบัติราชการ และการขับเคลื่อนการดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และเพื่อส่งเสริมการปลุกจิตสำนึกของบุคลากรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนให้ตระหนักถึงคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องเที่ยงตรงต่อไป
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวการเมือง,
ข่าวหน้าหนึ่ง
ณ หน่วยเลือกบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้มีการเปิดหีบการลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ได้มีประชาชนเดินทาง เพื่อไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กันอย่างคึกคัก โดยมีทหาร ตำรวจ และประชาชนเข้าแถวรอการลงคะแนนยาวเหยียด กันอย่างคึกคัก สำหรับประชาชนจากต่างจังหวัดขอใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยผ่านสำนักงานทะเบียน 13,696 คน ผ่าน อินเตอร์เน็ต 13,158 คน รวมผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกเขตจำนวน 26,854 คน มากเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร

ส่วนประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี สำนักงานการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ได้จัดหน่วยลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในเขตจังหวัดชลบุรี จำนวน 1,408 หน่วย ซึ่งประกอบไปด้วย อำเภอเมืองชลบุรี จำนวน 325 หน่วย อำเภอสัตหีบ จำนวน 144 หน่วย อำเภอบางละมุง จำนวน231 หน่วย อำเภอบ้านบึง จำนวน 113 หน่วย อำเภอพานทอง จำนวน 71 หน่วย อำเภอพนัส จำนวน 147 หน่วย อำเภอศรีราชา จำนวน 245 หน่วย อำเภอหนองใหญ่ จำนวน 28 หน่วย อำเภอเกาะจันทร์ จำนวน 39 หน่วย อำเภอเกาะสีชัง จำนวน 7 หน่วย และอำเภอบ่อทอง จำนวน 58 หน่วย โดยมีผู้มีสิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในเขตจังหวัดชลบุรี จำนวน 1,101,917 คน แยกเป็นชาย 117,718 คน เป็นหญิง 131,389 คน ในการลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจในการใช้สิทธิของตนเองอย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเรียบร้อย
ปริญญา/ข่าว
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวการเมือง,
ข่าวสังคม,
ข่าวหน้าหนึ่ง
การออกเสียงลงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 เริ่มเปิดหีบ เมื่อ เวลา 08.00 น. นายกฯ จินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ก็ได้เดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ออกเสียงสำหรับหน่วยออกเสียงที่ 29 หมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งสุขลา เทศบาลนครแหลมฉบังอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี สถานที่ออกเสียงศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เทศบาลนครแหลมฉบัง
และเวลาเดียวกัน ที่ออกเสียงสำหรับหน่วยออกเสียงที่ 24 หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งสุขลา เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สถานที่ออกเสียงอาคารศูนย์ฝึกอาชีพ โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง2 อดีตนายกฯบุญเลิศ น้อมศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแหลมฉบัง ได้เดินทางมายังคูหาเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคนแรกของหน่วยนี้ จากนั้นก็มีประชาชนเริ่มทยอยออกมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย ตั้งแต่ช่วง 08.00-16.00 น. ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โจ ลำน้ำปิง : นสพ.รวมพลัง ศูนย์ข่าวชลบุรี
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวการเมือง,
ประชาสัมพันธ์
สรุปสาระสำคัญบางประการที่ประชาชนและสังคมจะได้รับจากร่างรัฐธรรมนูญ
เนื้อหาความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของประชาชน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี รวมไปถึงการพัฒนาประเทศชาติที่เป็นฐานสำคัญของการร่างรัฐธรรมนุญฉบับนี้ขึ้น และเนื้อหาโดยสรุปเกี่ยวกับความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ได้แก่
1.ประชาชนทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตั้งแต่ในท้องแม่ไปจนแก่เฒ่า
2.เด็กเล็กได้รับการดูแล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 14 ปี
3.บริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ผู้ยากไร้ได้สิทธิการรักษาพยาบาลฟรี
4.เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ได้รับสิทธิเช่นเดียวกับผู้อื่น
5.ผู้ที่มีอายุหกสิบปีขึ้นไปและไม่มีรายได้พอเลี้ยงชีพ มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
6.ปฏิรูปตำรวจทั้งระบบอย่างเร่งด่วน เพื่อประชาชนได้รับความยุติธรรม
7.ประชาชนมีสิทธิรับทราบข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครัวของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง ติดตาม เร่งรัด ร้องเรียนหรือฟ้องร้องหน่วยงานรัฐ
8.ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น และระดับประเทศ
นี่คือส่วนหนึ่งของสาระความสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ ที่รอการตัดสินใจจากประชาชนอยู่ วันที่ 7 สิงหานี้ อย่าลืมไปออกเสียงประชามติ ตั้งแต่เวลา 8.00 - 16.00 น. และสามารถศึกษารายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติ ได้ที่
www.ect.go.th
โจ ลำน้ำปิง : นสพ.รวมพลัง ศูนย์ข่าวชลบุรี