เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 หน่วยงานภาครัฐบูรณาการกำลังเข้ม นำโดยกรมศุลกากร กรมปศุสัตว์และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจสอบและยึดอายัดตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยบรรจุ "ขาไก่แช่แข็ง" ลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 32 ตู้ น้ำหนักรวม 840,000 กิโลกรัม
การปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดย กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าตรวจสอบตู้สินค้าจำนวน 32 ตู้ คอนเทนเนอร์ นำเข้า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง
หลังพบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเป็นการนำเข้าสินค้าโดยมิชอบ ซึ่งตู้สินค้าได้ถูกอายัดไว้ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้แก่ วันที่ 21 มกราคม 2569 จำนวน 5 ตู้วันที่ 22 มกราคม 2569 จำนวน 26 ตู้ และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ตู้
ทั้งนี้สินค้าดังกล่าวไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ และไม่มีการดำเนินพิธีการศุลกากรตามกฎหมาย โดย ตู้สินค้าทั้งหมดตกเป็น "ของตกค้าง" ตามมาตรา 107 (2) แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 หลังถูกเก็บ รักษาเกิน 30 วัน นับแต่วันที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ขนส่งแล้ว แต่ผู้ขนส่งไม่ดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจมีคำสั่งริบของกลางได้ประกอบกับเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มาตรา 31 และมาตรา 68 ซึ่งกำหนดให้การนำเข้าสัตว์หรือชากสัตว์ต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หน่วยงานรัฐย้ำว่า การนำเข้าเนื้อสัตว์ทุกชนิดจำเป็นต้องได้รับอนุญาต พร้อมเอกสารรับรองแหล่งที่มาและผลตรวจโรคอย่างถูกต้อง การลักลอบนำเข้าไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ กระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ดำเนิน ธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่เตรียมเดินหน้าขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด"ศุลกากรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ใส่ใจสังคม"

เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวสังคม,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ทหารปะทะชายแดนอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองให้ พันเอก อำนาจ วชิรศักดิ์โสภา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วม พันเอก กิติ นาใจ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง ตำรวจภูธรแม่อาย ตชด 334 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย นบ.ยส.35 การข่าวกองกำลังผาเมือง หมวดลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังผาเมือง กองร้อยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง ได้ร่วมแถลงข่าวว่า ทหารพราน โดยกองร้อยทหารพราน3201 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง ได้ปะทะกับกลุ่มขนยาเสพติด ยึดยาเสพติดให้โทษ ยาบ้าจำนวน 1 เป้ บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ บ้าน ป่ากุย ตำบลท่าตอน อำเภอ แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้ง จาก ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษ กองกำลังผาเมือง ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ บ้าน ป่ากุย ตำบลท่าตอน อำเภอ แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
ทาง พันเอก กิติ นาใจ ผู้บังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง จึงจัดกำลังให้ ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 3201 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทหารกองบังคับกองร้อยเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังผาเมืองจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ หน่วยลาดตระเวนระยะไกลจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้า ลาดตระเวนเฝ้าตรวจในช่องทางตามข่าว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติด บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 22.30 น.ตรวจพบกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด ประมาณ 5- 10 คน เดินเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ ชุดปฏิบัติการ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงมาตรงที่ชุดปฏิบัติการอยู่ จนเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที หลังจากเหตุการณ์สงบลง ทหารปลอดภัยหน่วยจึงวางกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ และตรวจสอบบริเวณพื้นที่ปะทะ กลุ่มขบวนการ อาศัยความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีไปได้ ตรวจพบเป้1ใบ มียาบ้าจำนวน 11 มัด นับได้ประมาณ 66,000 เม็ด นำยาบ้าส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ขบวนการค้ายาเสพติข้ามชาติต้องการนำยาเสพติดทุกชนิดออกพื้นที่ประเทศพม่าเข้าสู่ประเทศไทย เพราะมีนายทุนในกลุ่มขบวนการรอรับซื้อและต้องการจำนวนมากด้วย ทางเจ้าหน้าที่เฝ้าพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะกองกำลังผาเมืองปฏิบัติการหลักใกล้ที่สุดจึงต้องปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดยังปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการทำลายประเทศชาติได้จับกุมตรวจยึดตลอดจนทำการยิงปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนตลอดมาโดยปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลและของกองทัพบก จากการข่าวกองกำลังผาเมืองทราบว่ายาเสพติด ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอิน ฝิ่น ยาเค ที่ผลิตแล้วจำนวนมากรอการระบายและรอลักลอบเข้าสู่ชายแดนไทยเพื่อจำหน่ายนายทุนในเมืองชั้นในของประเทศไทยทางกองกำลังผาเมืองขอความร่วมมือกับประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเป็นหูตาให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้เข้าปฏิบัติการให้หมดจได้ไม่นำมามอมเมาคนไทย
#นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว 0818845313
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวอาชญากรรม,
ข่าวอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมแก้วกินรี ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงผลการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายใต้ปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี”สืบเนื่องจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เดินหน้าจัดระเบียบสังคมและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, รณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่สืบสวนเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัด มุกดาหาร หลังได้รับเบาะแสว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแสวงหาประโยชน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ในแอปพลิเคชัน X โพสต์ข้อความเชิญชวนลูกค้าในลักษณะ “รับงานมุกดาหาร” ก่อนให้ผู้สนใจติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อดูรายละเอียดของผู้ให้บริการ

จากนั้นจึงนัดหมายสถานที่พบลูกค้าตามโรงแรมหรือรีสอร์ตในพื้นที่การตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และบางรายมีอายุเพียง 15 ปี โดยขบวนการมีลักษณะทำงานเป็นเครือข่าย มีการชักชวนเพื่อนเข้ามาร่วมกระทำความผิด และมีเยาวชนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานติดต่อจัดหาลูกค้าและรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า สถานที่ที่ใช้ในการกระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและรีสอร์ตในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้าประมาณครั้งละ 1,500 บาท และมีการหักค่าหัวคิวจากเด็กประมาณ 500 บาท ส่วนเงินที่เหลือมีการโอนผ่านบัญชีธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร สถานีตำรวจภูธรมุกดาหาร และองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์มุกดานารี” เข้าตรวจสอบบางรักรีสอร์ท และโรงแรมในเขตพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารผลการดำเนินการสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ได้ 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี กล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์อีก 1 ราย เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี จับกุมผู้กระทำความผิดฐานค้าประเวณี 1 ราย เป็นหญิงอายุ 21 ปีนอกจากนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15–17 ปี พร้อมตรวจพบพยานหลักฐานสำคัญ รวมถึงข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการดำเนินการของเครือข่ายสำหรับเด็กและเยาวชน 5 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือจะเข้าสู่กระบวนการ กลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อคัดกรองและคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยทีมสหวิชาชีพ ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ดำเนินการคุ้มครองและฟื้นฟูต่อไป
ทั้งนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมพร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
ภาพ/ข่าว เดวิท - ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอาชญากรรม

วันที่ 11 มีนาคม 2569 ชายแดนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดของกลุ่มลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ ในทุกช่องทางเพื่อนำส่งนายทุนขายในเมืองใจกลางประเทศไทย ทางทหารกองกำลังผาเมืองได้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล และกองทัพบก จึงได้จัดกำลังทหารออกตรวจพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มข้น ในวันนี้เวลาประมาณ 09.00 น ทางทหารม้ากองร้อยที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมืองทราบข่าวมีการลักลอบนำยาเสพติดขนเข้าชายแดนเขาหัวโล้น-ปางตอง หย่อมบ้านม่วงชุ่ม หมู่ที่ 10 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จึงให้ทหารจำนวน1ชุดปฏิบัติการเดินทางออกลาดตระเวน ในพื้นที่เป้าหมายตามการข่าวแจ้งมาพอถึงเวลาประมาณ 13.40 น. ทางทหารเห็นชายเดินแบกสัมภาระ มีอาวุธปืนนำหน้าจำนวนประมาณ 3-5 คน ทางทหารได้ตะโกนสั่งหยุดและปลดสัมภาระขอตรวจสอบก่อน ไม่ทันสิ้นเสียง ได้ยินเสียงปืนยิงมาทางทหารหลายนัด ทหารได้ทำการยิงโต้ตอบทันที่กลุ่มคนขนยาเสพติดอาศัยความชำนาญพื้นที่ได้หนีเอาตัวรอด แล้วทิ้งสัมภาระไว้ 3 เป้ดัดแปลง จึงขอกำลังสนับสนุนเพิ่ม 2 ชุด จากนั้นทางผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองสั่งให้ พันเอก เดชาธร สายหยุด รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ดำเนินการแทนและให้ได้นำส่วนราชการที่ร่วมบูรณาการปราบปรามยาเสพติดเพื่อเข้าตรวจสอบจุดปะทะ และร่วมนับยาเสพติด ได้จำนวนประมาณ 450,000 เม็ด ในเป้บรรจุยาบ้าเป้ละ 150,000 เม็ด จึงนำยาเสพติดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฝางเพื่อทำการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และยาเสพติดยังทะลักโดยการลักลอบขนมาส่งนายทุนในพื้นที่เพื่อส่งต่อนายทุนในกรุงเทพฯและปริมณฑล ทางกองกำลังผาเมืองจึงสั่งตรวจเข้มข้น24ชั่วโมงผลัดเปลี่ยนเวร ขอประชาชนช่วยในการแจ้งข่าวให้กับทางกองกำลังผาเมืองและส่วนราชการด้วยเพื่อจะได้ทำการปราบปรามโดยรวดเร็วและชัดเจน
#นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว 0818845313
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอาชญากรรม

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 19 ต.ค.68 ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ. กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร และ พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.จตุพล ยันต์นาวา, พ.ต.ท.ฏการ เข็มพิลา รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร และ พ.ต.ท.พิชิต มัครมย์ สว.ตม.จว.มุกดาหาร
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ร่วมกับ งานตรวจบุคคลและพาหนะ ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุมหนุ่มชาวอินเดีย กล่าวคือ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. นายโมฮาเม็ด ไรส์ รายินี (Mr.Mohammed Rais Rayeeni) ได้มายื่นหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจเพื่อประสงค์จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) เมื่อเจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและพาหนะ ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (BIOMETRIC) พบว่าเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร จึงได้แจ้งประสานชุดสืบสวนฯ ตม.จว.มุกดาหาร มาตรวจสอบเพื่อดำเนินการเช็คข้อมูลในระบบ CRIMES ผลปรากฏว่า นายโมฮาเม็ด ไรส์ รายินี (Mr.Mohammed Rais Rayeeni) อายุ 45 ปี สัญชาติ อินเดีย ถือหนังสือเดินทางเลขที่ Z8150800 แจ้งที่อยู่ 27/19 หมู่ที่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 712/2568 ลง 16 ตุลาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือ ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ และร่วมกันขายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แสดงหมายจับ อ่านให้ฟังผ่านล่ามแปลภาษา และผู้ถูกจับได้ตรวจดูข้อความตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น เป็นที่เข้าใจแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ทราบ ผู้ถูกจับได้รับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกจับให้การรับว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงต่อหน้าในขณะนั้นจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกจับกุม และควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดพัทยาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป..
****************************
อนุศักดิ์ - เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม รถเรือนจำจังหวัดมุกดาหารได้รับตัวนายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ซึ่งศาลยังไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร โดยลุงพลจะต้องถูกแยกกักโรคโควิดเป็นเวลา 5 วัน ก่อนพิจารณาส่งเข้าห้องขังแดนต่างๆ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำคุก 10 ปี กระทำการต่อศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น จำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 26 ปี และให้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่พ่อแม่น้องชมพู่ รวมกว่า 2.55 ล้านบาททั้งนี้ ทีมทนายความของลุงพลเปิดเผยว่าได้มีการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวลุงพลต่อศาลจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ยื่นอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลฎีกาอยู่ระหว่างรอคำสั่ง
#ประกันตัว #ปล่อยตัวชั่วคราว #ลุงพล #ป้าแต๋น #น้องชมพู่ #คดีสะเทือนใจ #ข่าวดราม่า #ฆ่าคนตายโดยเจตนา #ศาลอุทธรณ์ #ศาลฎีกา #ไวรัลข่าว #ดราม่าเดือด #มุกดาหาร #สะเทือนใจทั้งประเทศ
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่สำนักงานกรมศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตรวจเข้มทุกมิติ พบการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและมูลค่ากว่า 88 ล้านบาท อุปกรณ์ บุหรี่ด่างประเทศและบุหรี่ไทย ตู้คืบตุ๊กตา เครื่องสำอางไม่มีใบอนุญาต สินค้ากระเป้า รองเท้า หมึกเครื่องพิมพ์ ละเมิดสิทธิ์เครื่องหมายการค้าต่างๆ รวมถึงสกัดกั้นสินค้าที่เข้าช่ายเป็นความผิดภายใต้อนุสัญญาบาเซล โดยคิดเป็นมูลค่าการจับกุมและความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 88 ล้านบาท

โดยมีนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายพลนชชา จักรเพ็ชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานในการแถลงข่าว กรมศุลกากรจับกุมสินค้าผิดกฎหมาย มูลค่ากว่า 88 ล้านบาท พร้อมด้วยนายดิเรก คชารักษ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายวุฒิ เร่งประดุงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรทำเรือแหลมฉบัง นางสาวดุจดาว คุณปิติลักษณ์ รักษาการผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง นางฟ้า เลิศหงิม ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการกองคดีภาษีอากร กรมสอบสวบสวนคดีพิเศษ ณ สำนักงานศุลกากรทำเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายโต้นโยบายขอ
องนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กำชับให้กรมศุลกากรดำเนินการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจในด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงในพื้นที่จังชลบุรี ทำให้ในช่วง 3 เดือน ของไตรมาสที่ 3 ในประมาณ 2568 สามารถจับกุม บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 120,000 ชิ้น บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไทย 2,300,000 มวน ตู้คีบตุ๊กตา 200 ตู้ เครื่องลำอางไม่มีใบอนุญาต 17,000 ชิ้น สิ้นค้ากระเป้า รองเท้า หมึกเครื่องพิมพ์ ละเมิดสิทธิ์เครื่องหมายการค้าต่าง ๆ 9,000 ชิ้น รวมถึงสกัดกั้นค้า เป็นความผิดภายใต้อนุสัญญาบาเซล 1,300 ตัน โดยคิดเป็นมูลค่าการจับกุมและความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า88 ล้านบาท

ด้านนายดิเรก คชารักษ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมศุลกากรได้ดำเนินการทำลายตู้คีบตุ๊กตา และ ส่วนประกอบที่ลักลอบนำเข้าโดยฝ้าฝืนกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จำนวน 189 ตู้ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้วโดยวิธีบดทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้หมุนเวียนเข้าสู่ตลาดหรือ ถูกนำไปใช้ในลักษณะผิดกฎหมายอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมศุลกากร จะเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดทางกฎหมายต่อไปอย่างเข้มงวด โดยเร่งขยาย การใช้เทคโนโลยี AI และเครื่องเอกซเรย์สำหรับตู้สินค้านำเข้าและส่งออก เข้ามาช่วยในการตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรร่วมกับตัวแทนสิทธิ์ เครื่องหมายการค้าในไทย ทำการจับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบสินค้าและบริการต่างๆ ให้ละเอียด หากพบข้อสงสัยที่เกี่ยวกับกรมศุลกากร สามารถติดต่อมาได้ที่สายต่วน 1164
นายสุรชาติ กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบูรณาการ
ความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศ ประกอบกับการทำงานเชิงรุก และมีมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง เป็นผลให้เกิดการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริต อันจะเป็นประโยชน์ต่อการค้าของไทยและเพื่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจต่อนักลงทุนต่างประเทศ ตลอดจนเพื่อปกป้องความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชนของประเทศ

เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวอาชญากรรม
สายตรวจเทศกิจ เทศบาลเมืองศรีราชา ร่วมกับ จนท.ตร.สภ.ศรีราชา เข้าตรวจสอบเหตุชายดมสารระเหยคุ้มคลั่งภายในบริเวณลานท่านเจ้าคุณ สำนักงานเทศบาลเมืองศรีราชา
โดยมีพฤติกรรมถือถุงสารระเหย สูดดม ส่งเสียงดังโวยวาย และรื้อข้าวของบริเวณลานท่านเจ้าคุณ เมื่อพบสายตรวจเทศกิจ ผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนี แต่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ ตรวจสอบแล้วพึ่งพ้นโทษจากเรือนจำคดีลักทรัพย์มาเมื่อวันที่ 10 พ.ค.68 โดยมีถุงพลาสติกบรรจุสารระเหยประเภทกาว จำนวน 1 ถุง กาวขาว จำนวน 1 กระป๋อง และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิ๊ก 125i
นำผู้ก่อเหตุและของกลางส่ง สภ.ศรีราชา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ประชาชนที่ไปออกกำลังกายบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้สังเกตเห็นว่าตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารชั้นใต้ดินตลาดอินโดจีนมุกดาหารมีอุปกรณ์หัวจ่ายน้ำและถังดับเพลิงได้หายไปจากตู้คาดว่าจะถูกคนร้ายลักลอบมาลักเอาไปผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจดูที่ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินตามที่ได้รับแจ้งพบว่า มีตู้อุปกรณ์ดับเพลิงตั้งอยู่ภายในบริเวณชั้นใต้ดินจำนวน 20 ตู้ เมื่อสังเกตดูภายในตู้ซึ่งตามปกติจะประกอบด้วย วงล้อสายดับเพลิง , ถังดับเพลิง , หัวจ่ายน้ำดับเพลิง หัวปิดฝาจ่ายน้ำดับเพลิง วาล์วก๊อกน้ำ และถังดับเพลิง ปรากฏว่าอุปกรณ์ภายในตู้หายไปโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำด้วยทองเหลือง อาทิ หัวจ่ายน้ำดับเพลิง และหัวปิดฝาจ่ายน้ำดับเพลิง และบางตู้เหลือแต่วงล้อสายดับเพลิงกับท่อแป๊บน้ำเท่านั้น นอกนั้นอุปกรณ์ภายในหายไปหมด โดยความเสียหายน่าจะมีมูลค่านับแสนบาทขณะที่ประชาชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการซึ่งอยู่ในอาคารสาธารณะกลางเมืองมุกดาหารเกิดขึ้นบ่อยและอุกอาจมาก ไม่เกรงกลัวว่าถูกเจ้าหน้าที่จับดำเนินคดี ลักขโมยสิ่งของในที่สาธารณะราวกลับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุแล้วก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองเข้ามาดำเนินการใดๆ ในเรื่องดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ก็มีเหตุลักตัดสายไฟจำนวนมากในตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน และครั้งนี้ก็เกิดเหตุการณ์ลักอุปกรณ์ดับเพลิงจำนวนมากขึ้นอีก ซึ่งสร้างความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเป็นอย่างมาก



ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259777
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2568 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ,พ.ต.ท.ธนาภัสสร์ รุ่งรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ ,พ.ต.ท.ไพศาล อินทร์คล้าย สว.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช สว.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์
🔺️ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุม สภ.เมืองนครสวรรค์ นำโดย พ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช สว.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ , ร.ต.อ.วันดี เอกศิริ รอง สว.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการสืบสวนชุดที่ 1 สภ.เมืองนครสวรรค์
🔺️ ได้ร่วมกันจับกุมตัว : นายหัสดินทร์ เวชกรณ์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ 264/67 ม.8 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์
🔺️ ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต2.พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร
🔺️พร้อมด้วยของกลาง : 1.อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขนาดกระสุน .380 จำนวน 1 กระบอก 2. เครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 5 นัด3.ซองบรรจุกระสุน จำนวน 1 ซอง4. กระเป๋าสะพายแบบหนังสีดำ จำนวน 1 ใบ5. กัญชา จำนวน 2 ถุง
🔺️สถานที่จับกุม : ริมถนนสาธารณะ หน้าวัดนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
🔺️ นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
#สภ.เมืองนครสวรรค์#สืบเมือง#จับแล้วหนุ่มคลั่ง
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวทั่วไป,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอาชญากรรม

เมื่อเวลาประมาณ 00.12 น. ของวันที่ 25 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทและแทงกันจนมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 15 ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย ต่อมาร้อยตำรวจเอก วีรชน มั่นต่าย ร้อวเวรสอบสวน สภ.บรรพตพิสัยพร้อมด้วยสมาคมกู้ภัยหลวงปู่พิมพาและแพทย์เวร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย คือนายณัฐพล จันทรัตน์ หนุ่มวัย 23 ปี ถูกคมมีดแทงจนเสียชีวิตภายในบ้านพักหน้าตู้เย็นในห้องครัวสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงขาสั้นสีดำสภาพศพถูกของมีคมแทงบริเวณหน้าอก ตัดขั้วหัวใจเสียชีวิตคาที่ จากการสอบถามนายอาวุธ จันทรัตน์ บิดา ได้เล่าสาเหตุสลดครั้งนี้ว่าลูกขายตนได้มีเรื่องทะเลาะกับลูกพี่ลูกน้องวัย16ปีเรื่องเอาน้ำสาดรถมอเตอร์ไซค์ของคนร้ายทำให้คนร้ายโมโหบุกเข้ามาขว้างขวดใส่กันและบุกเข้ามาใช้ไขควงจ้วงแทงลูกชายของตนทำให้เสียชีวิตและทราบว่าคนร้ายได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้านคดีตนเองจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
#เสียใจด้วยครับ#ลูกพี่ลูกน้อง#คุยกันไม่รู้เรื่อง#ยั้งคิด