ไทยออยล์ฉลอง 65 ปี มอบ 252 ทุนการศึกษา และสร้างหลังคาทางเดิน รพ.แหลมฉบัง มุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างชุมชน

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,


กลุ่มไทยออยล์ เดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 65 ปี มอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 จำนวน 252 ทุน พร้อมสนับสนุนกองทุนพัฒนาสถานศึกษา และส่งมอบโครงการก่อสร้างหลังคาทางเดินโรงพยาบาลแหลมฉบัง ย้ำวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจควบคู่การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุขอย่างยั่งยืน
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแหลมฉบัง  นายสุรชัย คำศรี ปลัดอำเภอศรีราชา นางสาวณัฏฐนันท์ แดงเรียงรัมย์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 รศ.ดร.สถาพร เชื้อเพ็ง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา นายไพบูลย์ เสริมสาตร์ นายกสมาคมสื่อมวลชนศรีราชา ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องออดิทอเรียม หอประชุมไทยออยล์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี


สำหรับโครงการมอบทุนการศึกษา ถือเป็นกิจกรรมที่กลุ่มไทยออยล์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีความประพฤติดีและใฝ่เรียนรู้ โดยปีนี้ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 252 ทุน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

นอกจากนี้ ยังได้มอบกองทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพสถานศึกษาจำนวน 12 กองทุน  พร้อมสนับสนุนสถาบันอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561-2569 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา เข้าฝึกงานภายในองค์กร เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพให้แก่เยาวชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสถานศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ

ในโอกาสเดียวกัน กลุ่มไทยออยล์ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพนักงานในเครือ ได้แก่ สมาคมศิษย์เก่าไทยออยล์ สหกรณ์ออมทรัพย์ไทยออยล์ จำกัด ชมรมชาวใต้กลุ่มไทยออยล์ สหภาพแรงงานโรงกลั่นน้ำมันไทย และร้านสหกรณ์ไทยออยล์ จำกัด ร่วมสมทบทุนเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชน


ด้านการพัฒนาสาธารณสุข กลุ่มไทยออยล์ได้ดำเนินการก่อสร้างและส่งมอบหลังคาทางเดินเชื่อมระหว่างลานจอดรถกับอาคารโรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ ทั้งช่วยป้องกันแดด ฝน และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร โดยมี รศ.(พิเศษ) นายแพทย์สุพจน์ พวงลำใย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง รับมอบอย่างเป็นทางการ

ที่ผ่านมา กลุ่มไทยออยล์ได้สนับสนุนโรงพยาบาลแหลมฉบังอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 170 ล้านบาท อาทิ การก่อสร้างและส่งมอบ “อาคารไทยออยล์” อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 5 ชั้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้โรงพยาบาล รวมถึงการปรับปรุงผิวจราจรภายในโรงพยาบาลด้วยนวัตกรรมยางมะตอยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงป้องกันร่วมกับโรงพยาบาลแหลมฉบังมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 ส่งผลให้เยาวชนในพื้นที่มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น และได้รับความรู้ในการดูแลสุขอนามัยอย่างถูกต้อง

ตลอดระยะเวลา 65 ปีของการดำเนินธุรกิจ กลุ่มไทยออยล์ยังคงยึดมั่นแนวทางการเติบโตควบคู่กับการพัฒนาสังคม ภายใต้การดำเนินงานด้านสุขภาวะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม การศึกษา รวมถึงการส่งเสริมสังคมและวัฒนธรรม เพื่อร่วมสร้างคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน

แนน สุภาพร / รายงาน




“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าท่าเรือแหลมฉบัง กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่เร่งนำระบบ Truck Queue ทดลองใช้เดือนตุลาคมนี้

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,


    เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอุดมศักดิ์ เจริญวุฒิ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผู้กำกับการ สภ.แหลมฉบัง นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ


นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินงานทุกขั้นตอนบนพื้นฐานของหลักวิชาการ ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ควบคู่กับการยกระดับระบบบริหารจัดการท่าเรือสู่ Smart Port อย่างเป็นรูปธรรม

ในประเด็นข้อแตกต่างด้านข้อกำหนดทางวิศวกรรมเกี่ยวกับค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ำในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนท่าเทียบเรือ F การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้ามาทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางทางวิชาการ (Third-Party Expert) เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อกำหนดด้านวิศวกรรมและให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง

การตรวจสอบจะครอบคลุมการสอบทานข้อมูลด้านวิศวกรรมปฐพี การตรวจสอบแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ การสำรวจสภาพดินเพิ่มเติม (Supplementary Soil Investigation) การเจาะสำรวจดิน (Soil Boring) และการทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) เพื่อประเมินคุณภาพวัสดุถมและกำลังรับน้ำหนักของโครงสร้าง รองรับการติดตั้งระบบ Automation ของท่าเทียบเรือในอนาคต โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง กทท. และ วสท. รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และผู้แทนบริษัท GPC เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอน

สำหรับแนวทางการปรับปรุงคุณภาพดินที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ประกอบด้วย การตอกเสาเข็มเพื่อกระจายน้ำหนัก การบดอัดดินด้วยแรงสั่นสะเทือนลึก (Vibro Compaction) และการทำ Preloading ซึ่งจะพิจารณาเลือกแนวทางที่เหมาะสมจากผลการวิเคราะห์ของ วสท. ก่อนหารือร่วมกับบริษัท GPC เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมและไม่กระทบต่อเป้าหมายของโครงการ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของสัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) หากเกิดความเห็นต่างด้านมาตรฐานทางเทคนิค การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญา โดยใช้ผลการตรวจสอบและความเห็นทางวิชาการของ วสท. เป็นข้อมูลประกอบ ก่อนเสนอคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยรับทราบ และเข้าสู่กระบวนการเจรจากับบริษัท GPC ตามกรอบกฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพดินเพิ่มเติมซึ่งเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐ ก็จะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมพิจารณาข้อเรียกร้องต่าง ๆ ตามเงื่อนไขของสัญญาและหลักความเป็นธรรม

ด้านการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในท่าเรือแหลมฉบัง กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะนำระบบ Truck Queue มาใช้เต็มรูปแบบที่ท่าเทียบเรือ B5 และ C3 ภายในเดือนตุลาคม 2569 ควบคู่กับการบริหารจัดการพื้นที่ Buffer Zone ไร่ ซึ่งสามารถรองรับการจัดคิวรถบรรทุกและตู้สินค้าขาออกได้สูงสุด 19,410 ทีอียู พร้อมกำหนดอัตราการระบายรถผ่านจุดตรวจไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง ก่อนขยายผลสู่ท่าเทียบเรือเอกชนภายในเดือนมกราคม 2570
นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการประเมินของภาคเอกชน ปัญหาความแออัดภายในท่าเรือก่อให้เกิดต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูงถึง 12,000-20,000 ล้านบาทต่อปี การนำระบบ Truck Queue มาใช้จะช่วยลดการกระจุกตัวของรถบรรทุก ลดระยะเวลารอคอย และลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและออกแบบระบบ Smart Port ให้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้นำเข้า-ส่งออก และหน่วยงานภาครัฐแบบเรียลไทม์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2571 พร้อมเร่งจัดทำ Master Plan พัฒนาท่าเรือ ขยายพื้นที่ Buffer Zone เพิ่มอีก 60 ไร่ ปรับโครงสร้างค่าภาระท่าเรือ และเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้เปิดให้บริการภายในปี 2574 รวมทั้งผลักดันการขนส่งสินค้าทางรางจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 30 หรือประมาณ 6 ล้านทีอียูต่อปี

ด้านนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังพร้อมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะการเตรียมทดลองใช้ระบบ Truck Queue ที่ท่าเทียบเรือ B5 และ C3 ในเดือนตุลาคมนี้ รวมทั้งเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการใช้พื้นที่ Buffer Zone ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รองรับการพัฒนาท่าเรือสู่ Smart Port และยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศในอนาคต
ยืนยงค์ ยินดีทรง/รายงาน




มุกดาหาร - ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดน สามารถจับกุม 3 หนุ่มใต้ลักลอบขนยาบ้า 2,000,000 เม็ด

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

ตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธร ภาค 4 Operation 90 Days 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2569 (ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด)

วันที่ 31 ก.ค.69 ภายใต้การอำนวยการโดย พลตำรวจโท สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พลตำรวจตรี กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รอง ผวจ.มุกดาหารพลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอกกิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอกณภัทรพงศ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอกอำนาจ หาญชนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอกสงกรานต์ สันหกรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอกสวัสดิ์ ศรีแสนยง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นำโดย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ก.จว.มุกดาหาร ได้สังการให้ พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ก.ก.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ รอง ผบก.ก.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ รอง ผบก.ก.จว.มุกคาหาร, พ.ต.สงกรานต์ สันหกรณ์ รอง ผบก.ก.จว.มุกดาหาร, พ.ต.สวัสดิ์ศรีแสนยง รอง ผบก.ก.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.พล แพนพา ผกก.สืบสวน ภ.จว.มกดาหาร , พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สภ.หนองสูง (หน.ชุด เฉพาะกิจ ปล.) และชุดสืบสวน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร กก.สส.ก.จว.มุกดาหาร เฝ้าติดตามและสืบสวนพฤติกรรมผู้ค้ายาเสพติด รวมถึงเส้นทางในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนเรื่อยมา
จนกระทั่ง วันที่ 30 ก.ค.69 ชุดสืบสวนซึ่งได้ติดตามบุคคลเหล่านี้มาโดยตลอดและสืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก โดยใช้เส้นทางผ่านพื้นที่ จ.มุกดาหาร-จ.สกลนคร-จ.นครพนม จะใช้รถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อ mitsubishi รุ่นโทรทัน สีดำ ติดแผ่นผ่นป้ายทะเบียน 5661-กทม. เมื่อรับแจ้งแล้ว พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ฯ ได้รายงานให้ผู้บัญชาทราบและสั่งการให้วางแผนติดตามจับกุม ได้วางกำลังตามเส้นทางและประสาน สภ.กกตูม เพื่อเตรียมตั้งจุดตรวจ จนกระทั่งพบรถยนต์ทะเบียน 3ขง 5661 กทม..ขับผ่านพื้นที่ สภ.กกตูม ผ่านไปยังพื้นที่ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ชุดสืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร จึงได้ขับติดตามไปจนถึง อ.เรณูนคร จ.นครพนม รถดังกล่าวได้จอดรถลงไปคุยกันกับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ chevrolet รุ่น optra สีเทา ป้ายทะเบียน กต 5389 สกลนคร

จากนั้นรถเก๋งทะเบียน กต 5389 สกลนคร ขับนำหน้ารถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน 36661 กทม. ขับตามตามหลังไปพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม


กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.รถยนต์กระบะทะเบียน 3ขง 5661 กทม. ได้ขับเข้าไปยังสวนยางพารา บ้านพนอมเหนือ ม.5 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 500 เมตร เชื่อว่าเป็นจุดรับยาเสพติด จากนั้นขับออกมาโดยมุ่งหน้าไปเส้นทาง อ.อากาศอำนวนวย - อ.พรรณานิคม โดยมีรถเก๋งทะเบียน กต 5389 สกลนคร ขับนำหน้า กระทั่งรถยนต์กระบะทะเบียน 3ขง 5661 กทม ขับเข้าไปจอดในโรงแรม ทวีภัณฑ์ รีสอร์ท ฯ จึงประสาน สภ.พรรณานิคม ตำรวจพื้นที่เพื่อเข้าร่วมตรวจสอบ เมื่อเข้าไปในรีสอร์ พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ฯ ได้แสดงตัวแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นฯ พบชายสองคนภายในห้องพัก สอบถามทราบชื่อนายพีรดนย์ อายุ 27 ปี ต.หนองธง อ.ป้าบอน จ.พัทลุง รับว่าเป็นคนขับรถทะเบียน 3ขง 5661 กทม. และนายภากร อายุ 24 ปี ต.อ่าวลึกน้อย อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับว่าเป็นคนนั่งข้างคนขับ ทั้งสองคนนำพาตรวจค้นรถยนต์กระบะทะเบียน 3ขง 5661 กทม. พบกระสอบห่อด้วยถุงดำจำนวน 5 กระสอบใหญ่ วางอยู่ที่เบาะโดยสารหลังคนขับ รวมยาบ้าทั้งหมด ประมาณ 2 ล้านเม็ด

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดเป็นของกลาง ทั้งสองคนรับว่ายังมีรถนำทะเบียน กต 5389 สกลนคร จอดอยู่ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 2 กม. ชุดจับกุมได้ติดตามไปพบรถคันดังกล่าวจอดเสียอยู่ข้างทาง พบนายศักดิ์ณรงค์ อายุ 29 ปี ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แสดงตัวเป็นคนขับ ชุดจับกุมจึงได้ควบคมตัวทั้ง 3 คน และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามึน) โดยการมีไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายฯ" ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายภากร บุตรหมัน(ผู้ต้องหาที่2) ว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.94/2569 ลงวันที่ 26 ก.พ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน "สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดเพราะเหตที่ได้สมคบกัน, จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย" ได้แจ้งสิทธิ์ฯให้ผู้ถูกจับทราบแล้ว พร้อมจัดทำบันทึกทีกจับกุมสืบสวนขยายผล

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนุศักดิ์ - เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ชลบุรี - โป๊ะแตกกลางแหลมฉบัง! สำแดงเป็น “ข้าวเหนียวมะม่วง” เปิดตู้เจอขาไก่แช่แข็ง 51 ตัน

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ ,

กรมศุลกากร ร่วมมือด่านกักกันสัตว์ชลบุรียกระดับมาตรการเข้มงวด ตรวจยึดขาไก่แช่แข็งสำแดงเท็จ เป็นข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมทาน เตรียมส่งออกปลายทางประเทศจีน น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.8 ล้านบาท หวั่นกระทบความเชื่อมั่นคู่ค้าสากลและเสี่ยงถูกระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก

 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการรักษากลไกทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรทั้งการนำเข้าและส่งออก เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริตอย่างเป็นธรรม

พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล และปกป้องสังคมในเวลาเดียวกัน กรมศุลกากรจึงให้ความความสำคัญกับทุกมิติของการนำเข้าและส่งออก

โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าทุกประเภท ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล (e-Matching / Scanning Sharing) เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดเบื้องต้น ควบคู่กับการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คัดเลือกตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือน่าสงสัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยระบบเอกซเรย์ ซึ่งช่วยตรวจสอบสิ่งของภายในตู้สินค้าโดยไม่ต้องเปิดตู้ เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ตัวแทนท่าเทียบเรือและตัวแทนผู้ส่งออก ตรวจสอบตู้สินค้าส่งออกต้องสงสัย จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีปลายทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง โดยผู้ส่งออกได้สำแดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาออกทั้ง 2 ฉบับ ว่าเป็น “ข้าวเหนียวมะม่วง” รวมจำนวน 4,250 กล่อง (Carton) น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม


ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏสินค้าตามที่สำแดงไว้ แต่ภายในตู้คอนเทนเนอร์กลับเป็น ขาไก่แช่แข็ง น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าของกลางทั้งสิ้น 4,827,265 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การกระทำดังกล่าวถือเป็น การพยายามส่งออกซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 202 มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558


อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าอีกว่า หากสินค้านี้ สามารถออกนอกราชอาณาจักรไปได้ จะทำให้ประเทศ ขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ เนื่องจากขาไก่ เป็นสินค้าที่ต้องได้รับใบอนุญาตทั้งต้นทางและปลายทาง เพราะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก (Avian Influenza) หรือเชื้อแบคทีเรียรุนแรง และสุ่มเสี่ยงที่ไทยอาจถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ โดยกรมศุลกากรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาเป็นอันดับต้นๆ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษามาตรฐานการส่งออกของประเทศไทย ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการค้าระหว่างประเทศและมาตรการด้านสุขอนามัยของประเทศคู่ค้า

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดบ้าน “น้องหนึ่ง” เสือลายเมฆ ชวนสัมผัสสัตว์ป่าหายาก พร้อมเชิญเที่ยว 28 กรกฎาคม เด็กเข้าชมฟรี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,


     เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ได้เปิดส่วนแสดง “น้องหนึ่ง” เสือลายเมฆ เพศเมีย อายุ 8 ปี ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจได้เข้าชม พร้อมเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ป่าหายากอย่างใกล้ชิด ณ ส่วนแสดงภายในสวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว


เสือลายเมฆ (Clouded Leopard) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากลวดลายบนลำตัวคล้ายก้อนเมฆ มีความสามารถในการปีนป่ายต้นไม้ได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นสัตว์ผู้ล่าที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในผืนป่าแถบเอเชีย การเปิดส่วนแสดงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าหายากในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม


นายณรงวิทย์ กล่าวว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมุ่งมั่นพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าและธรรมชาติสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ควบคู่กับการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ การวิจัย และการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก เพื่อสร้างความเข้าใจและปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมพิเศษในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยเปิดให้ เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือมีส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร เข้าชมสวนสัตว์ฟรี(วันเดียวเท่านั้น) พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ การพบปะเพื่อนมาสคอตสัตว์ป่าสุดน่ารัก กิจกรรม Night Zoo ชมสัตว์ยามค่ำคืนในบรรยากาศสุดพิเศษ และเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ผ่านสัตว์ป่านานาชนิดอย่างใกล้ชิด
สอบถามเพิ่มเติม โทร 038-318444 

ชลบุรี - ฝ่ายแพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สมเด็จ ณ ศรีราชา จัดพิธีไหว้ครู เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและความกตัญญู ที่นิสิตมีต่อครูอาจารย์

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

      ที่  ห้องประชุมสุทัศน์-แอนนา ตั้งเทวาประสิทธิ์ ชั้น 5 อาคารอนุสรณ์ 100 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา  รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีไหว้ครูที่จัดขึ้นโดย นิสิตแพทย์ ชั้น Externship  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพ และความกตัญญู ที่นิสิตมีต่อครูอาจารย์  โดยมีคณะผู้บริหาร อาจารย์แพทย์ และนิสิตแพทย์ เข้าร่วมพิธี โดยในพิธีตัวแทนนิสิตแพทย์ได้นำพานดอกไม้ไปมอบให้กับ คณะผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งคณะผู้บริหารได้ให้คำแนะนำกับนิสิตแพทย์ที่มาร่วมในพิธี หลังจากนั้นบรรดานิสิตแพทย์ได้นำพวงมาลัยไปมอบให้แก่คณะอาจารย์แพทย์ที่ให้คำแนะนำ ให้คำสอน และการใช้สติในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่แพทย์ต่อไปในอนาคต หลังจากนั้นเป็นพิธีมอบโล่เกียรติคุณให้กับอาจารย์แพทย์ ที่ได้รางวัลอาจารย์แพทย์ในดวงใจ รางวัลแพทย์ประจำบ้านดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2568 และรางวัลนิสิตที่ได้รับผลการเรียนและการประพฤติดีเด่นประจำปีการศึกษา 2568  

แนน สุภาพร / รายงาน 





อบจ.ชลบุรี เปิดศึก “Chonburi Taekwondo Championship 2026” ดันนักกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ ยกระดับชลบุรีสู่เมืองกีฬา

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ ศรีราชาฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการแข่งขันกีฬาเทควันโด “Chonburi Taekwondo Championship 2026” โดยมี นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, นายเอกสิทธิ์ อ่ำฉอ้อน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอศรีราชา, นางสาวลลิตา สิงห์โตทอง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, นายอภิชาติ จันทร์หอม ผู้อำนวยการกองท่องเที่ยวและกีฬา, นางนิภาพร รัตนปริยานุช หัวหน้าฝ่ายกีฬา ตลอดจนผู้ปกครอง นักเรียน และนักกีฬา เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธี คุณนภัสวรรณ เตชะโสภณมณี ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่ นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ เลขาธิการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขันว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้บูรณาการความร่วมมือกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และชมรมกีฬาเทควันโดจังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเทควันโดในทุกระดับ สร้างโอกาสสู่ความเป็นเลิศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากชมรมและสโมสรเทควันโดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 32 ทีม มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 516 คน ชิงชัยใน 564 รายการ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายด้านกีฬาในระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองต้นแบบด้านกีฬา (Sports City) ตามนโยบายของภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬาสู่ความเป็นเลิศ และต่อยอดสู่กีฬาอาชีพ ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา (Sports Industry) และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาในภูมิภาคอาเซียน
อีกทั้ง จังหวัดชลบุรียังมีนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยอย่าง นายชายชล โช ซึ่งสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อปี 2568 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจการออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และมุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในระดับประเทศและนานาชาติต่อไป
การจัดการแข่งขัน “Chonburi Taekwondo Championship 2026” ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีเฟ้นหานักกีฬาฝีมือดีเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับวงการกีฬาเทควันโดของไทย สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดชลบุรี และขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืนอีกด้วย




เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นางสาวนัฐอนันตา จินดาพงศ์เจริญ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นำพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ อาคารบริหาร ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและสร้างความปลอดภัยแก่บุคลากร

การฝึกซ้อมเริ่มต้นด้วยการจำลองเหตุเพลิงไหม้บริเวณกองแผนงาน อาคารบริหาร เมื่อเวลา 10.30 น. โดยมีเสียงดังและกลุ่มควันเกิดขึ้น ก่อนที่พนักงานผู้ประสบเหตุจะตะโกนแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานศูนย์รับแจ้งเหตุผ่านระบบวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์สายด่วนภายใน

จากนั้น ศูนย์รับแจ้งเหตุได้สั่งการให้สายตรวจเข้าควบคุมพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร รักษาความปลอดภัยอาคารและทรัพย์สิน พร้อมประสานหน่วยดับเพลิง รายงานผู้บังคับบัญชา และแจ้งสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ขณะที่พนักงานประจำพื้นที่ได้ดำเนินการดับเพลิงเบื้องต้นตามแผนเผชิญเหตุ

เมื่อจำลองสถานการณ์ว่าไม่สามารถควบคุมเพลิงได้และไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงมีการกดสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทั่วอาคาร ก่อนที่พนักงานทั้งหมดจะอพยพไปยังจุดรวมพลตามเส้นทางหนีไฟที่กำหนด ขณะเดียวกันรถดับเพลิงของท่าเรือแหลมฉบังเข้าระงับเหตุ ค้นหาผู้ประสบภัย และดำเนินการควบคุมเพลิงตามขั้นตอน

ภายหลังการอพยพ ทุกหน่วยงานได้ตรวจสอบจำนวนพนักงานและรายงานผลต่อผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ จุดรวมพล ก่อนที่หัวหน้าชุดดับเพลิงจะสรุปผลการปฏิบัติ และเมื่อเวลา 11.30 น. ผู้อำนวยการดับเพลิงได้ประกาศยุติสถานการณ์ พร้อมขอบคุณพนักงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการฝึกซ้อม

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทบทวนแผนเผชิญเหตุ เสริมสร้างทักษะการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จริง รวมถึงสร้างความคุ้นเคยในการอพยพและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินให้น้อยที่สุด





เทศบาลนครแหลมฉบังจัดกิจกรรม “Aerobic Mix Dance ฟิลแหลมฉบัง” ชวนประชาชนออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

   เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เทศบาลนครแหลมฉบัง จัดกิจกรรม “Aerobic Mix Dance ฟิลแหลมฉบัง” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

โดยมี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความสุข และความสามัคคีของคนในชุมชน


นอกจากนี้ นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วยพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ได้ร่วมกิจกรรมและสนับสนุนเครื่องดื่มพร้อมขนมสำหรับผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก “ครูรุต” ผู้นำเต้นแอโรบิกแดนซ์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายสุขภาพชื่อดังบน TikTok มาร่วมสร้างสีสันและนำการออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้ขยับร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรง และเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กิจกรรม “Aerobic Mix Dance ฟิลแหลมฉบัง” เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้แนวคิด “ขยับร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี ไม่มีเบื่อ รวมพลังสร้างสังคมสุขภาพดี สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเรา” เพื่อสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนต่อไป