โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชาจัดพิธีถวายพระพรวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

ที่ บริเวณ OPD ชั้น 2 อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา รองศาสตราจารย์ นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นประธานเปิดกรวยเฉลิมพระเกียรติ กล่าวคำอาเศียรวาทพร้อมลงนามถวายพระพรด้านหน้า พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี
เนื่องด้วยในวันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินีซึ่งในปีนี้พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถ พระราชจริยวัตรอันงดงาม จากนั้น ประธานในพิธี มอบต้นกล้วยไม้ให้ผู้มารับบริการ จำนวน 5 คน รวมถึงมีกิจกรรมรับบริจาคโลหิต ณ หน่วยรับบริจาคโลหิต ชั้น 1อาคารอนุสรณ์ 100 ปี อีกด้วย





แนน สุภาพร / รายงาน

ชลบุรี - นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จัด “โครงการ Eco School ประจำปี 2569” ส่งเสริมเยาวชนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นางลัดดาวัลย์ อ่อนกำปัง ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการ Eco School ประจำปี 2569” กิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยมีนางอมรรัตน์ อวยพร รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนชุมชน ผู้ประกอบการ คณะครู และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน การยกระดับนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ตลอดจนลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
ภายในกิจกรรม นักเรียนได้ร่วมเรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ผ่านกิจกรรมประดิษฐ์กระถางต้นไม้จากแผ่นคอร์ดพลาส ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการจัดการเศษอาหารจากโรงอาหารภายในโรงเรียน เพื่อนำมาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพ โดยนักเรียนได้เรียนรู้ขั้นตอนการคัดแยกเศษอาหาร การหมักปุ๋ยอินทรีย์ และการนำปุ๋ยที่ได้ไปใช้ในการดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวภายในโรงเรียน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์แล้ว ยังช่วยสร้างจิตสำนึกในการจัดการขยะอย่างถูกวิธีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับกิจกรรมภายในโครงการ นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ ฝึกทักษะ การมีความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกันเป็นทีม และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคต
ภายในงานยังมีกิจกรรมเกมตอบคำถามด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบของรางวัลให้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความสนุกสนานควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป


ทลฉ. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,


ผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และประชาชน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

     เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล วางพานพุ่มทอง–พานพุ่มเงิน ถวายธูปเทียนแพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 48 พรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารบริหาร ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ภายในพิธี มีการกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการและพนักงานที่ดี พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี โดยมี คณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ และผู้นำชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมพิธีกว่า 200 คน

การจัดพิธีครั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย และทรงเป็นแบบอย่างแห่งพระราชจริยวัตรอันงดงาม สมควรแก่การเทิดทูนสักการะของปวงชนชาวไทย

สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ในฐานะหน่วยงานสำคัญด้านเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ ยังคงยึดมั่นในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การพัฒนาชุมชน และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป


ชลบุรี - นครแหลมฉบังเปิดมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด “ดูแลใจ ดูแลกาย ดูแลกัน”

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

    เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมสุขภาพนครแหลมฉบัง ครั้งที่ 8 โดยมี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และผู้แทนจากโรงพยาบาลทั้ง 16 แห่ง เข้าร่วมงานและออกบูธให้บริการตรวจคัดกรองโรคแก่ประชาชน

สำหรับโครงการมหกรรมสุขภาพนครแหลมฉบัง จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมอ่าวอุดม เพื่อให้ประชาชนได้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมทั้งรับข้อมูลข่าวสาร นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านสุขภาพแบบบูรณาการ รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง
การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ภายในงาน นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 200,000 บาท สำหรับการจัดบูธตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้ เพื่อสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข
นอกจากนี้ ยังมีบูธแสดงจากหน่วยงานต่างๆ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย การให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และกิจกรรมให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย








ท่าเรือแหลมฉบังจัดกิจกรรม “สงกรานต์ลานข้าว 2569” พนักงานร่วมทำบุญ สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้บริหาร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

 

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ท่าเรือแหลมฉบังได้จัดกิจกรรม “สงกรานต์ลานข้าว 2569” เพื่อสืบสานประเพณีไทยเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ณ สนามหญ้า อาคารบริหาร ท่าเรือแหลมฉบัง 

ภายในงานช่วงเช้า เวลา 08.30 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากนั้นเวลา 09.30 น. เป็นพิธีสงฆ์และสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่พิธีรดน้ำขอพรผู้บริหารในเวลา 10.30 น. และร่วมรับประทานอาหารกลางวันในเวลา 11.30 น. 

โดยมี ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และ นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมในพิธีรดน้ำขอพร

การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ท่าเรือแหลมฉบังดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและบุคลากรได้ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สร้างความรัก ความสามัคคีในองค์กร และเปิดโอกาสให้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังคับบัญชา ตลอดจนเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตและการทำงาน


น่าน - อำเภอปัวเปิดงานประเพณี เทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์ ประจำปี 2569

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

     เย็นวันนี้ 14  มีนาคม 2569  ที่สถานีขนส่งรถโดยสารอำเภอปัว จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ  บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  เป็นประธานเปิดงานประเพณี  เทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์  ประจำปี 2569   ที่อำเภอปัว  ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ชมรมการท่องเที่ยวอำเภอปัว เทศบาลตำบลปัว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ชมรมกำนันผู้ใหญ่ บ้านอำเภอปัว ร่วมกับ ชมรมการท่องเที่ยวอำเภอปัว   ชาวอำเภอปัว  ในการเปิดงาน  เทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์  อำเภอปัว ประจำปี 2569    เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว  การส่งเสริมผู้ประกอบการ ร้านค้า โรงแรม และประชาชนในพื้นที่ก่อให้เกิดรายได้  ซึ่ง เทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์ ประจำปี 2569   ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที  13  - 22  มีนาคม พ.ศ. 2569

ทั้งนี้ ต้น“ชมพูภูคา” เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่หาได้ยากและใกล้สูญพันธุ์ ชมพูภูคาจะขึ้นอยู่ในบริเวณป่าดิบเขาที่ระดับความสูง 1,200-1,500 เมตร  จากระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่แล้วจะพบในบริเวณทางตอนใต้ของประเทศจีน ภาคเหนือของเวียดนาม ไต้หวัน และไทย   และในภายหลังพบว่า  ป่าบริเวณที่มี  ต้นชมพูภูคา ในต่างประเทศที่กล่าวมา ถูกทำลายไปหมด จึงคาดว่าต้นชมพูภูคาอาจสูญพันธุ์ไป    ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลระบุว่าพบต้นชมพูภูคา พบที่ จังหวัดน่าน ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน
 ประเทศไทย เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากป่าดิบเขาที่มีต้นชมพูภูคาในหลายประเทศถูกทำลายหมด      
                        ดอกชมพูภูคา จะเริ่มทยอยออดดอกบานอวดโฉม  จะออกช่อ ดอกสีชมพูสวยสดงดงาม ปีละ 1 ครั้ง เท่านั้น ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม ของทุกปี  ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม  โดยในขณะนี้ ออกดอก อวดโฉมที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งคาดว่า จะเบ่งบาน ไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม 2568 เนื่องจากในปีนี้ สภาพอากาศจะร้อนเร็วกว่าปกติ  ซึ่งคาดว่าดอกชมพูภูคา อาจจะล่วงหล่นก่อนกำหนดก็เป็นได้  ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น ต่อไป

โดยภายในงานจัดให้มีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ การประกวดธิดาพญาผานอง หนูน้อยสุขภาพดี รำวงย้อนยุค การจำหน่ายสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค 4 ภาค  และการจำหน่ายสินค้าราคาถูก จากคาราวานสินค้า การจัดขบวนแห่ ของกลุ่มชาติพันธ์ ในพื้นที่แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์  รวม 5 กลุ่มชาติพันธ์ มีการประกวดชุดแต่งกายชาติพันธุ์อำเภอปัว  การประกวดร้องเพลงประชาชนทั่วไป  การจัดกิจกรรมวาดภาพดอกชมพูภูคาของเด็กเยาวชนนักเรียน และศิลปินเมืองปัว การจัดนิทรรศการเทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์    ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินดังมากมาย เช่น ไพ่ พงศธร และศิลปินจากค่ายต่างๆ  เป็นต้น      







อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ปะทะชายแดนทิ้งยาบ้าหนีรอด

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

     เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ทหารปะทะชายแดนอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่  พลตรี สาธิต  ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองให้ พันเอก อำนาจ  วชิรศักดิ์โสภา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วม พันเอก กิติ นาใจ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง  ตำรวจภูธรแม่อาย  ตชด 334 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย  นบ.ยส.35  การข่าวกองกำลังผาเมือง หมวดลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังผาเมือง กองร้อยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง  ได้ร่วมแถลงข่าวว่า  ทหารพราน โดยกองร้อยทหารพราน3201 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3  กองกำลังผาเมือง ได้ปะทะกับกลุ่มขนยาเสพติด ยึดยาเสพติดให้โทษ ยาบ้าจำนวน 1 เป้  บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ บ้าน ป่ากุย  ตำบลท่าตอน อำเภอ แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้ง จาก ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษ กองกำลังผาเมือง ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ บ้าน ป่ากุย  ตำบลท่าตอน อำเภอ แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่


ทาง พันเอก กิติ  นาใจ ผู้บังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง จึงจัดกำลังให้ ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 3201 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทหารกองบังคับกองร้อยเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังผาเมืองจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ หน่วยลาดตระเวนระยะไกลจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้า ลาดตระเวนเฝ้าตรวจในช่องทางตามข่าว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติด บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 22.30 น.ตรวจพบกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด ประมาณ 5- 10 คน เดินเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ ชุดปฏิบัติการ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงมาตรงที่ชุดปฏิบัติการอยู่ จนเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที หลังจากเหตุการณ์สงบลง ทหารปลอดภัยหน่วยจึงวางกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ และตรวจสอบบริเวณพื้นที่ปะทะ กลุ่มขบวนการ อาศัยความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีไปได้  ตรวจพบเป้1ใบ มียาบ้าจำนวน 11 มัด นับได้ประมาณ 66,000 เม็ด  นำยาบ้าส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขบวนการค้ายาเสพติข้ามชาติต้องการนำยาเสพติดทุกชนิดออกพื้นที่ประเทศพม่าเข้าสู่ประเทศไทย เพราะมีนายทุนในกลุ่มขบวนการรอรับซื้อและต้องการจำนวนมากด้วย ทางเจ้าหน้าที่เฝ้าพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะกองกำลังผาเมืองปฏิบัติการหลักใกล้ที่สุดจึงต้องปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดยังปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการทำลายประเทศชาติได้จับกุมตรวจยึดตลอดจนทำการยิงปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนตลอดมาโดยปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลและของกองทัพบก จากการข่าวกองกำลังผาเมืองทราบว่ายาเสพติด ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอิน ฝิ่น ยาเค  ที่ผลิตแล้วจำนวนมากรอการระบายและรอลักลอบเข้าสู่ชายแดนไทยเพื่อจำหน่ายนายทุนในเมืองชั้นในของประเทศไทยทางกองกำลังผาเมืองขอความร่วมมือกับประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเป็นหูตาให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้เข้าปฏิบัติการให้หมดจได้ไม่นำมามอมเมาคนไทย



#นายสำราญ  แสงสงค์  ข่าว 0818845313

ชลบุรี - ท่าเรือแหลมฉบัง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 35 ปี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

 

    เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง  อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 35 ปี โดยมีนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ช่วยปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ผู้นำชุมชน ครูนักเรียนรอบพื้นที่ท่าเรือ เข้าร่วม


ภายในงานได้ประกอบพิธีถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถวายสักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” และถวายสักการะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงาน ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล และเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์


ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร กล่าวว่า การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 35 ปีในปีนี้ เป็นไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยท่าเรือแหลมฉบังจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกวันที่ 21 มกราคมของทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานผู้ปฏิบัติงานทุกคน

นอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังได้มอบเงินสนับสนุนเพื่อกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 780,000 บาท ประกอบด้วย ทุนเพื่อผู้ด้อยโอกาส “เติมใจให้กัน” จำนวน 7 มูลนิธิ มูลนิธิละ 40,000 บาท รวม 280,000 บาท ทุนอาหารกลางวัน “เพื่อน้องอิ่มท้อง” มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3 แห่ง แห่งละ 20,000 บาท รวม 60,000 บาท และทุนการศึกษา “เพื่อดาวดวงน้อย” มอบให้โรงเรียนในพื้นที่ 22 โรงเรียน โรงเรียนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 440,000 บาท

ทั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ ร่วมสมทบทุนอาหารกลางวัน “เพื่อน้องอิ่มท้อง” เพิ่มอีก 18,000 บาท เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับเยาวชนในชุมชนรอบท่าเรือ

ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเปิดดำเนินการของท่าเรือแหลมฉบัง จากท่าเรือที่มีปริมาณตู้สินค้ายังไม่มากนัก ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ทำให้ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังมีปริมาณสินค้าผ่านท่ามากกว่า 10 ล้านตู้ต่อปี และสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ Top 20 ของท่าเรือชั้นนำระดับโลก นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรและประเทศ

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังพร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต



ชลบุรี - โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรม วันปีใหม่มอบทุนการศึกษาเด็กดี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

       ที่ บริเวณโถงชั้น 2 อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี รองศาสตราจารย์นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นประธานเปิดกิจกรรม วันปีใหม่มอบทุนการศึกษาเด็กดี โดยมี พว.พรเพ็ญ เมธาจิตติพันธ์ ที่ปรึกษางานพัฒนาคุณภาพและที่ปรึกษาโครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ปลอดเอดส์ กล่าวรายงาน เนื่องจากเยาวชนคืออนาคตของชาติ แต่ปัจจุบันยังมีบุตรของผู้รับบริการและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี รวมถึงเด็กด้อยโอกาสอีกเป็นจำนวนมากที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทีมบุคลากรผู้ดูแลร่วมกับชมรมอาสาสมัคร น้ำใจสมเด็จ จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา เสริมสร้างกำลังใจ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็กและครอบครัว เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุขและ เท่าเทียม กับบุคคลทั่วไป และเป็นการพัฒนารูปแบบในการดูแลผู้ติดเชื้อที่มา รับการรักษาในโรงพยาบาลให้ได้รับการดูแลรักษาแบบองค์รวม มีคุณภาพชีวิตที่ ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคมต่อไป การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก


เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ และเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาและแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองที่มีฐานะ ยากจนในระดับหนึ่ง เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กที่มีเชื้อเอชไอวี หรือเด็กที่ ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี  เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มีส่วนร่วมพัฒนาสังคม โดยทางชมรมผู้ติดเชื้อฯ เป็นสื่อกลางในการประสานระหว่างผู้ให้กับผู้รับ และพัฒนาโดยตรงไปยังเด็กและครอบครัว เพื่อปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการศึกษา โดยมีการมอบทุนการศึกษา ทั้งหมด 30 ทุน ทุนละ 1,000 บาท จำนวน 18 ทุน และ ทุนละ 1,500 บาท จำนวน 12 ทุน จำนวนเงิน 36,000 บาท ซึ่งได้เงินจากการสอยดาวการกุศลของชมรมน้ำใจสมเด็จ ฯ และเงินบริจาคจากอาสากาชาด และสถานประกอบการ ในกิจกรรมวันเอดส์โลก 28 พฤศจิกายน 2568



ททท. จับมือสายการบิน Scoot เคาะ D-DAY เปิดเส้นทางบินตรงสิงคโปร์–เชียงราย กระตุ้นดีมานด์ตลาดคุณภาพระยะใกล้ หนุนเป้าหมาย 1.12 ล้านคนในปี 2569

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

 

     เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ TR670 เส้นทางบินตรง “สิงคโปร์–เชียงราย” ของสายการบิน Scoot ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. และผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรให้การต้อนรับ การเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสิงคโปร์กับภาคเหนือของประเทศไทย สะท้อนศักยภาพเมืองน่าเที่ยวและดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสิงคโปร์ เตรียมเพิ่มแรงส่งกิจกรรมการตลาดเชิงรุกขยายผลกลุ่ม Revisit ครอบคลุม Health & Wellness, Luxury, Sports และ Overland – Fly & Drive รวมไปถึงกลุ่มเรือสำราญต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่อย่างรอบด้าน เพื่อผลักดันเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในปี 2569 ให้แตะระดับสูงสุดที่ 1.12 ล้านคน

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางบินตรง สิงคโปร์–เชียงรายของสายการบิน Scoot นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสิงคโปร์กับภาคเหนือของประเทศไทย รวมไปถึงยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจากเมืองหลัก โดยเฉพาะจากจังหวัดเชียงใหม่ มาสู่จังหวัดเชียงราย ซึ่งถือเป็นเมืองน่าเที่ยวที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่จะเติมเต็มคุณค่าและความหมายของการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์นับเป็นตลาดศักยภาพด้านการใช้จ่ายต่อทริป โดยเฉพาะกลุ่ม Health & Wellness และยังเป็นตลาดที่มีโอกาสต่อยอดด้านรายได้ในกลุ่ม Luxury, Honeymoon & Wedding และ Sport Tourism ซึ่งประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งรูปแบบ Overland Drive และ Fly Drive ที่สามารถกระจายการท่องเที่ยวไปยังจุดหมายต่าง ๆ ทั่วประเทศได้อย่างสะดวกเที่ยวบินใหม่ TR670 เส้นทางสิงคโปร์–เชียงราย เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยวางแผนให้บริการสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน ทำการบินด้วยอากาศยานแบบ Embraer E190-E  พร้อมความจุโดยสาร 112 ที่นั่ง สำหรับเที่ยวบินแรกออกเดินทางจากท่าอากาศยานชางงี สิงคโปร์ ลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 1 มกราคม 2569 ด้วยอัตรา Load Factor สูงถึงร้อยละ 94 โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. นายวิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย นายนรินทร์โชติ เมืองใจหล้า นายกสมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ว่าที่ร้อยตรี เมฆา สิริชัยรุ่งเรือง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย นายภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์ ร่วมกันให้การต้อนรับผู้โดยสารอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งมอบของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงประเทศไทยการเพิ่มขึ้นของเส้นทางดังกล่าว สะท้อนการเติบโตของดีมานด์ในตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยเฉพาะ สิงคโปร์ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังขยายสู่เมืองน่าเที่ยวศักยภาพของไทยอย่างจังหวัดเชียงราย


 โดย ททท. ได้ต่อยอดแผนดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน Scoot และการจัดทริปสื่อมวลชน (Media Familiarization Trip) สู่จังหวัดเชียงราย โดยนำร่องจัดทริปสื่อมวลชน KOLs จากสิงคโปร์เดินทางมาพร้อมกับเที่ยวบินนี้ จำนวน 3 ราย เพื่อเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ คาเฟ่ในเมืองเชียงราย กิจกรรมชงชา ณ ไร่ชาบนดอย รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ วัดร่องขุ่น ดอยตุง และกิจกรรมการทำกระดาษสา และการนวดย่ำข่าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การนวดเฉพาะของล้านนา รวมทั้งจัด Agents Familiarization Trip นำผู้แทนบริษัทนำเที่ยวเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมกิจกรรม Product Testing ในการเตรียมส่งมอบเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน Scoot ผ่านโครงการ Thailand Summer Blast เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐสิงคโปร์เดินทางเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเชียงรายในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้อีกด้วย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์เดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 967,341 คน โดยประเทศไทยครองแชมป์ TOP3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย และมีจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ภูเก็ต กระบี่ และพัทยา (ชลบุรี) โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 45,629 บาทต่อคนต่อทริป ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 4.72 วัน ทั้งนี้ ส่วนใหญ่นิยมเดินทางด้วยตนเอง ถึงร้อยละ 97.59 และเป็นกลุ่มเดินทางซ้ำ (Revisit) สูงถึงร้อยละ 83.80 ช่วงเวลาที่มีการเดินทางสูงสุดอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม–มกราคม โดยเฉพาะเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ รวมถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ สำหรับปี 2569 ประเทศไทยตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์จำนวน 1,123,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำบทบาทของตลาดสิงคโปร์ในฐานะตลาดคุณภาพที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง