ชลบุรี - ท่าเรือแหลมฉบัง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 35 ปี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

 

    เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง  อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 35 ปี โดยมีนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ช่วยปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ผู้นำชุมชน ครูนักเรียนรอบพื้นที่ท่าเรือ เข้าร่วม


ภายในงานได้ประกอบพิธีถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถวายสักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” และถวายสักการะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงาน ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล และเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์


ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร กล่าวว่า การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 35 ปีในปีนี้ เป็นไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยท่าเรือแหลมฉบังจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกวันที่ 21 มกราคมของทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานผู้ปฏิบัติงานทุกคน

นอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังได้มอบเงินสนับสนุนเพื่อกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 780,000 บาท ประกอบด้วย ทุนเพื่อผู้ด้อยโอกาส “เติมใจให้กัน” จำนวน 7 มูลนิธิ มูลนิธิละ 40,000 บาท รวม 280,000 บาท ทุนอาหารกลางวัน “เพื่อน้องอิ่มท้อง” มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3 แห่ง แห่งละ 20,000 บาท รวม 60,000 บาท และทุนการศึกษา “เพื่อดาวดวงน้อย” มอบให้โรงเรียนในพื้นที่ 22 โรงเรียน โรงเรียนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 440,000 บาท

ทั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ ร่วมสมทบทุนอาหารกลางวัน “เพื่อน้องอิ่มท้อง” เพิ่มอีก 18,000 บาท เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับเยาวชนในชุมชนรอบท่าเรือ

ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเปิดดำเนินการของท่าเรือแหลมฉบัง จากท่าเรือที่มีปริมาณตู้สินค้ายังไม่มากนัก ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ทำให้ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังมีปริมาณสินค้าผ่านท่ามากกว่า 10 ล้านตู้ต่อปี และสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ Top 20 ของท่าเรือชั้นนำระดับโลก นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรและประเทศ

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังพร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต



เกือบสลด! รถบัสรับส่งแรงงานเมียนมาร์ 45 ชีวิต เสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง เจ็บระนาวหน้า “ปิ่นทอง 3” ศรีราชา

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ ,


    เกิดเหตุระทึก รถบัสรับส่งพนักงานเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง บริเวณหน้าทางเข้านิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 ถนนสาย 331 ตัดใหม่ มุ่งหน้าแหลมฉบัง หมู่ 4 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 42 ราย เป็นแรงงานชาวเมียนมาร์ทั้งหมด เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต

     เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 มกราคม 2569 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา รับแจ้งเหตุรถบัสรับส่งพนักงานเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงประสานกำลังอาสากู้ภัยเข้าตรวจสอบช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบรถบัสรับส่งพนักงาน ทะเบียน 32-1757 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงตกอยู่ข้างทาง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 26 ราย หญิง 16 ราย รวม 42 ราย และมีหญิง 1 รายติดค้างอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือนานกว่า 5 นาที จึงสามารถนำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีอาการศีรษะแตก ฟกช้ำตามร่างกาย ทราบว่าทั้งหมดเป็นพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง เป็นแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนทยอยนำส่งโรงพยาบาลตามสิทธิ์การรักษา

นายธิวัฒน์ โสตัส อายุ 32 ปี คนขับรถบัส ให้การว่า รับพนักงานจากจุดรับ-ส่ง กำลังมุ่งหน้าเข้าโรงงาน ใช้ความเร็วประมาณ 30–40 กม./ชม. เนื่องจากรถมีขนาดใหญ่และบรรทุกหนัก เมื่อขับลงจากช่วงเขาตะแบกพบว่าด้านหน้ามีรถเทรลเลอร์จอดอยู่ 2 คัน พยายามลดเกียร์และหักหลบซ้ายเพื่อประคองรถ แต่เกิดเสียหลักควบคุมไม่อยู่ ทำให้รถพลิกคว่ำตกข้างทาง พร้อมขอโทษผู้โดยสารและเจ้าของรถต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเร่งสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



 

ชลบุรี - โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จัดกิจกรรม วันปีใหม่มอบทุนการศึกษาเด็กดี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

       ที่ บริเวณโถงชั้น 2 อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี รองศาสตราจารย์นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นประธานเปิดกิจกรรม วันปีใหม่มอบทุนการศึกษาเด็กดี โดยมี พว.พรเพ็ญ เมธาจิตติพันธ์ ที่ปรึกษางานพัฒนาคุณภาพและที่ปรึกษาโครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ปลอดเอดส์ กล่าวรายงาน เนื่องจากเยาวชนคืออนาคตของชาติ แต่ปัจจุบันยังมีบุตรของผู้รับบริการและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี รวมถึงเด็กด้อยโอกาสอีกเป็นจำนวนมากที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทีมบุคลากรผู้ดูแลร่วมกับชมรมอาสาสมัคร น้ำใจสมเด็จ จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา เสริมสร้างกำลังใจ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็กและครอบครัว เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุขและ เท่าเทียม กับบุคคลทั่วไป และเป็นการพัฒนารูปแบบในการดูแลผู้ติดเชื้อที่มา รับการรักษาในโรงพยาบาลให้ได้รับการดูแลรักษาแบบองค์รวม มีคุณภาพชีวิตที่ ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคมต่อไป การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก


เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ และเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาและแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองที่มีฐานะ ยากจนในระดับหนึ่ง เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กที่มีเชื้อเอชไอวี หรือเด็กที่ ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี  เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มีส่วนร่วมพัฒนาสังคม โดยทางชมรมผู้ติดเชื้อฯ เป็นสื่อกลางในการประสานระหว่างผู้ให้กับผู้รับ และพัฒนาโดยตรงไปยังเด็กและครอบครัว เพื่อปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการศึกษา โดยมีการมอบทุนการศึกษา ทั้งหมด 30 ทุน ทุนละ 1,000 บาท จำนวน 18 ทุน และ ทุนละ 1,500 บาท จำนวน 12 ทุน จำนวนเงิน 36,000 บาท ซึ่งได้เงินจากการสอยดาวการกุศลของชมรมน้ำใจสมเด็จ ฯ และเงินบริจาคจากอาสากาชาด และสถานประกอบการ ในกิจกรรมวันเอดส์โลก 28 พฤศจิกายน 2568



เหนือ/นครสวรรค์เกษตรนครสวรรค์ ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) กลุ่มงานพลังงานชีวมวล ประชุมหารือและทดสอบถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์จากฟางข้าว อำเภอบรรพตพิสัย

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

     เมื่อวันที่ 13-14 มกราคม 2569 นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางสาวชุติกาญจน์  รักหาญ เกษตรอำเภอโกรกพระ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอบรรพตพิสัย พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) กลุ่มงานพลังงานชีวมวล ร่วมประชุมหารือและทดสอบถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์จากฟางข้าวกับ Ms.Lisa  Faust องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) Mr. Lucas  Zaebringer บริษัท Planet2050 ประเทศเยอรมัน คุณภาสินี ตั้งสุริยาไพศาล บริษัทเอ็นเนเบิล เอิร์ธ จำกัด ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร ได้แก่ นายพิชัย โสทะ ประธานคณะกรรมการ ศพก.อำเภอบรรพตพิสัย  นายธรรมนูญ นิธิวงษ์ ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่อำเภอบรรพตพิสัย และผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ตำบลบึงปลาทู และสถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลบึงปลาทู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โดยวัตถุประสงค์ในการร่วมประชุมหารือและทดสอบถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์จากฟางข้าวในครั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ฟางข้าว) มาปรับเปลี่ยนเป็นไบโอชาร์  นำมาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน และเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตการเกษตร เพิ่มรายได้ และเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ

โดยมีการจัดอบรมการใช้เตาเผาไบโอชาร์ และการสาธิตการใช้ไบโอชาร์ในแปลงเพาะปลูก โดยให้ ศพก.อำเภอบรรพตพิสัย เป็นศูนย์ต้นแบบในการดําเนินการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และพื้นที่นำร่องในการลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผ่านการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวปรับเปลี่ยนเพิ่มมูลค่าในการใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงบำรุงดิน และพัฒนาศักยภาพต่อยอดจากการนำความร้อนที่ได้จากการทำไบโอชาร์มาใช้ในการอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อลดความชื้น และการดำเนินกิจกรรมการขายคาร์บอนเครดิตโดยมีแผนดำเนินการในปี 2569 แบ่งออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้     1) ระยะที่ 1 : การเรียนรู้พื้นฐานการผลิตไบโอชาร์จากฟางข้าว (ขั้นตอนปัจจุบัน)     2) ระยะที่ 2 : การทดลองในแปลงเพาะปลูกเพื่อนำมาเปรียบเทียบ     3) ระยะที่ 3 : การศึกษาความเป็นไปได้และเก็บข้อมูลเชิงลึก     4) ระยะที่ 4 : โครงการนำร่องขนาดกลาง (Pilot Project) โดยใช้อุปกรณ์ขนาดกลางเพื่อเตรียมความพร้อมในการยกระดับสู่อุตสาหกรรม     5) ระยะที่ 5 : การลงทุนระดับอุตสาหกรรมและการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการติดตามข้อมูลทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมุ่งเป้าลดการเผาในพื้นที่อำเภอบรรพตพิสัย 100,000 ไร่และนำเศษวัสดุเหลือใช้ (ฟางข้าว) ไปใช้ประโยชน์เป็นวัสดุปรับปรุงดิน (ไบโอชาร์) ได้กว่า 250 ตัน/ปี เพื่อสร้างรายได้จากการขายฟางและคาร์บอนเครดิตให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป📌นอกจากนี้ ยังได้ร่วมส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตำบลบึงปลาทู อำเภอบรรพตพิสัย ได้ยืมนำไปใช้เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยการสนับสนุนจากบริษัท ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ฟางข้าว) เพื่อลดการเผาในพื้นที่อำเภอบรรพตพิสัยอีกด้วย









#อัมพณ จับศรทิพย์ทีมข่าว TOPNEWS นครสวรรค์