เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวเกษตรกร,
ข่าวทั่วไป,
ข่าวสังคม,
ข่าวหน้าหนึ่ง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดนครสวรรค์ 300 กว่าคน จากหลายพื้นที่ เช่น อ.ตาคลี-ไพศาลี-ท่าตะโก-ตากฟ้า และจังหวัดใกล้เคียง รวมตัวกันชูป้ายราคาข้าวโพดตกต่ำ และคัดค้านการนำเข้าข้าวโพด GMO เดินทางพร้อมรถบรรทุก 6 ล้อไปที่ว่าการอำเภอตากฟ้า ก่อนเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงราคาผลผลิตข้าวโพดให้สูงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันราคาตกต่ำอย่างหนักแบบไม่เคยมีมาก่อน ต่อมานายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคกล้า นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สส.เขต.2 นครสวรรค์ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์ จากพรรคภูมิใจไทย นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายสิรศักดิ์ ทัศนพันธ์ นายอำเภอตากฟ้า และเกษตรจังหวัด เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมรับฟังข้อเรียกร้องในครั้งนี้ด้วย
โดยตัวแทนชาวไร่ข้าวโพดได้ยื่นข้อเสนอ 7 ข้อ โดยมีข้อหลัก ๆ คือ เรียกร้องให้ข้าวโพดที่มีความชื้น 30% ราคาต่อกิโลกรัม ต้องไม่ต่ำกว่า 7 บาท จากเดิมราคาอยู่ที่ 5บาท/กก. และแบบถังขั้นต่ำอยู่ที่ 105 บาท จากเดิม 80บาท ให้ชะลอการนำเข้าข้าวโพดGMO จากต่างประเทศ เนื่องจากเมื่อมีการนำเข้า ทำให้ราคาข้าวโพดในประเทศตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด ให้โรงงานที่รับซื้อเปิดรับซื้อแบบต่อเนื่อง หลังจากมีโรงงานบางแห่ง รับซื้อแบบวันเว้นวัน หรืออาทิตย์ละ 2-3 วัน ให้มีการตรวจสอบผู้รับซื้อที่ผูกขาดเป็นต้น
หลังจากได้รับฟังข้อเสนอจากเกษตรกร ส.ส. และหน่วยงานท่่เกี่ยวข้อง รับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านในครั้งนี้ เตรียมนำเสนอในที่ประชุมสภาครั้งต่อไป ด้านตัวแทนเกษตรกรได้แจ้งข้อเรียกร้องว่า ตอนนี้นอกจากราคาผลผลิตข้าวโพดจะตกต่ำแล้วยังมีแนวโน้มลดลงอีกเรื่อยๆ เพราะโรงงานผลิตอาหารสัตว์บางแห่งรับซื้อในปริมาณที่น้อยลงและบางแห่งถึงขั้นงดรับซื้อทั้งๆ ที่ราคาอาหารสัตว์ภายในประเทศไม่ได้ลดลง จึงสงสัยว่าอาจเป็นเพราะนโยบายการนำเข้าข้าวโพดของรัฐบาลทำให้ราคาวัตถุดิบหลักในประเทศไม่สมเหตุผล ส่วนในจังหวัดต่าง ๆ ที่เกษตรกรเดือดร้อน ต่างออกมาร้องเรียนพร้อมยื่นหนังสือ เพื่อให้รัฐบาลช่วยพยุงราคาข้าวโพด และห้ามนำข้าวโพคจากต่างประเทศเข้ามา กันอย่างต่อเนื่อง
#ข้าวโพคราคาต่ำ#นครสวรรค์
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวเกษตรกร,
ข่าวหน้าหนึ่ง,
ข่าวอุบัติเหตุ

น้ำจากแม่น้ำยมที่มีกำลังแรงและไหลเชี่ยว ได้ไหลล้นพนังกั้นน้ำ ที่ ม.4 ต.ปากแคว และด้านหลังวัดปากแคว ทำให้ที่จุดนี้ มีบ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องเร่งอพยพตัวเองและสิ่งของเครื่องใช้ไปอยู่ในที่สูง และน้ำยมที่จุดนี้ ยังได้ ไหลเข้าท่วม ยังชุมชนวังหิน ต.ธานี และ ตีโอบเข้าท่วม หมู่บ้านเอื้ออาทร ม.9 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งที่หมู่บ้านเอื้ออาทรนี้ มีประชาชนอาศัยอยู่ มากถึง 300 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องหนีน้ำออกมาอยู่ด้านนอก และระดับน้ำที่ท่วมได้ท่วมมากขึ้น จนสูงถึงระดับปลักไฟที่อยู่ในบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ ไฟฟ้า ต้องทำการตัดไฟเพื่อความปลอดภัยของผู้ประสบภัย ทำให้บริเวณนี้ไม่มีไฟใช้ ชาวบ้านอีกหลายร้อยคน ที่มีความต้องการอพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย โดยทางกู้ภัยบางแก้ว และเจ้าหน้าที่ทหาร จาก กอ รมน.ต้องนำรถหกล้อ เข้าไปช่วยในการอพยพผู้คน และสัตว์เลี้ยงและช่วยเคลื่อนย้ายข้าวของยกขึ้นไว้ที่สูง คาดว่าในคืนนี้ระดับน้ำที่ท่วม ในบริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทร จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวเกษตรกร,
ข่าวทั่วไป,
ประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 น. ที่บ้านด่านพัฒนา หมู่ที่ 10 ตำบลเขาชนกัน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในการเปิดงานไถกลบตอชัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม โดยมีนายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนายวัชระ สิงห์โตทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครสวรรค์ ปลัดจังหวัดนครสวรรค์ หน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หมอดินอาสา และชาวเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ เข้าร่วมงานดังกล่าว โดยภายในกิจกรรมนางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกันโชว์ขับรถไถในแปลงสาธิต
เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย พร้อมทั้งโปรยเมล็ดปอเทืองเพื่อสร้างความตระหนักให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและต่อซัง แล้วปรับเปลี่ยนมาไถกลบแทน ซึ่งการไถกลบตอซัง เป็นวิธีการปรับปรุงบำรุงดินที่ทำได้ง่าย เกษตรกรสามารถทำได้ด้วยตนเอง การไถกลบหลังการเก็บเกี่ยวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุลงดิน ช่วยให้ดินดีมีความอุดมสมบูรณ์ และผลผลิตก็จะเพิ่มสูงขึ้น ที่สำคัญคือช่วยลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)
อีกทั้งทางจังหวัดนครสวรรค์ ได้เดินหน้ารณรงค์ให้เกษตรกรงดเผาตอซัง ฟางข้าว โดยส่งเสริมให้ไถกลบ ทำฟางอัดก้อน โดยสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และเครื่องมืออุปกรณ์ผ่านกลุ่มเกษตรในทุกอำเภอ กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งส่งเสริมให้เกษตรกร ลด ละ เลิก การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนัก ให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืช ช่วยให้คุณสมบัติของดินดีไม่ถูกทำลาย เพิ่มอินทรียวัยวัตถุในดิน และสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง และลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
#ลดภาวะโลกร้อน#หยุดเผา#แม่วงก์
เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวเกษตรกร,
ข่าวทั่วไป,
ประชาสัมพันธ์

นายมานิต อินเมฆ ผู้อำนวยการ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ได้จับมือร่วมกับ โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 จัดโครงการ Eco School ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ห้องประชุมชั้น 3 โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นางณิชนันทน์ คงรอด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 นำผู้บริหาร คณะครูและนักเรียนเข้าร่วม
สำหรับโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง "การรีไซเคิลขยะและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะ" รวมทั้งยังเป็นสร้าง Role Model School นำร่องในการบริหารจัดการขยะ และสร้างความร่วมมือในการสร้างเครือข่ายนิคมฯ - โรงเรียน - โรงงานและชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม ให้เกิดขึ้น
และยังมี นายพจน์ปรีชา เกษมวนานิมิต ผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในนิคมฯ แหลมฉบัง ได้นำพนักงานบริษัทฯ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจและเพิ่มความตระหนักรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้กับนักเรียน ผู้ประกอบการและชุมชนโดยรอบ
รวมทั้งฝึกสอนการจัดทำกระถางต้นไม้จากขวดพลาสติกที่เหลือใช้ เพื่อนำมาตัดตกแต่งเป็นรูปทรงต่าง ๆ ก่อนทาสีสวยงาม เพื่อช่วยลดขยะประเภทพลาสติก ลดโลกร้อนและต่อยอดให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ใทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน รวมทั้งสามารถสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อนำไปจำหน่ายเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้อีกช่องทาง

เขียนโดย Admin | |
หมวดหมู่
ข่าวเกษตรกร,
ข่าวสังคม

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองปีกนก หมู่ 4 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร นายศักดา เนติพัฒน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร ,นายชูศักดิ์ อ้อยเฮิง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร นางสาวพรธิรัตน์ เจียมวิจิตร หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ,นางสาวกิรณา มอญใต้ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ,นางสาวเกศทิพย์ ควรพูลผล นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ ,นางสาวสุธิษา เกษเพชร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ,นายสินชัย อินมิทิน คนงานทั่วไป ร่วมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ และนายเอนก ชื่นอารมณ์ เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวรายงาน ซึ่งมีโดยมีนายชัยวัฒน์ ตุนทกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ ปลัดจังหวัด ,ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการในจังหวัดสมุทรสาคร อําเภอเมืองสมุทรสาคร องค์การบริหารส่วนตําบลท่าทราย ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ เกษตรกรและประชาชน เข้าร่วมงาน และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการในจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานภาคีต่างๆ มาร่วมให้บริการแก่เกษตรกร ผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้


*การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการ แก่เกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้อง กับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิต ทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียว เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และฝึกอบรม ความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติม ควบคู่กันไปด้วย โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จํานวน 20 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกประมง คลินิกปศุสัตว์ คลินิกชลประทาน และคลินิกอื่นๆ และการให้บริการของหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก



** นายศักดา เนติพัฒน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ได้มาร่วมออกบูธซึ่งถือว่าเป็นการบูรณาการขับเคลื่อนงานร่วมกัน พัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการอย่างครบวงจร สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง ทันต่อสถานการณ์ โดยสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดบริการรับเรื่องราวร้องทุกข์ด้านการเกษตร พร้อมได้แจกเอกสารประชาสัมพันธ์ การขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร ,กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และการรับขึ้นทะเบียนต้นจาก ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรกับสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร มาจำหน่ายเป็นการประชาสัมพันธ์ และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับกลุ่ม รวมถึงประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจหน้าที่ของสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาครอย่างถูก ต้องตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 ต่อไป
--ปล่อยเสียงสัมภาษณ์ นายศักดา เนติพัฒน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร --
* ข้อมูลภาพข่าว : สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร /น.ส.กิรณา มอญใต้ ,นายชูศักดิ์ อ้อยเฮิง รายงาน
////////////////////////