“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าท่าเรือแหลมฉบัง กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่เร่งนำระบบ Truck Queue ทดลองใช้เดือนตุลาคมนี้

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,


    เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอุดมศักดิ์ เจริญวุฒิ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผู้กำกับการ สภ.แหลมฉบัง นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ


นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินงานทุกขั้นตอนบนพื้นฐานของหลักวิชาการ ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ควบคู่กับการยกระดับระบบบริหารจัดการท่าเรือสู่ Smart Port อย่างเป็นรูปธรรม

ในประเด็นข้อแตกต่างด้านข้อกำหนดทางวิศวกรรมเกี่ยวกับค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ำในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนท่าเทียบเรือ F การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้ามาทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางทางวิชาการ (Third-Party Expert) เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อกำหนดด้านวิศวกรรมและให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง

การตรวจสอบจะครอบคลุมการสอบทานข้อมูลด้านวิศวกรรมปฐพี การตรวจสอบแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ การสำรวจสภาพดินเพิ่มเติม (Supplementary Soil Investigation) การเจาะสำรวจดิน (Soil Boring) และการทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) เพื่อประเมินคุณภาพวัสดุถมและกำลังรับน้ำหนักของโครงสร้าง รองรับการติดตั้งระบบ Automation ของท่าเทียบเรือในอนาคต โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง กทท. และ วสท. รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และผู้แทนบริษัท GPC เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอน

สำหรับแนวทางการปรับปรุงคุณภาพดินที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ประกอบด้วย การตอกเสาเข็มเพื่อกระจายน้ำหนัก การบดอัดดินด้วยแรงสั่นสะเทือนลึก (Vibro Compaction) และการทำ Preloading ซึ่งจะพิจารณาเลือกแนวทางที่เหมาะสมจากผลการวิเคราะห์ของ วสท. ก่อนหารือร่วมกับบริษัท GPC เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมและไม่กระทบต่อเป้าหมายของโครงการ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของสัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) หากเกิดความเห็นต่างด้านมาตรฐานทางเทคนิค การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญา โดยใช้ผลการตรวจสอบและความเห็นทางวิชาการของ วสท. เป็นข้อมูลประกอบ ก่อนเสนอคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยรับทราบ และเข้าสู่กระบวนการเจรจากับบริษัท GPC ตามกรอบกฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพดินเพิ่มเติมซึ่งเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐ ก็จะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมพิจารณาข้อเรียกร้องต่าง ๆ ตามเงื่อนไขของสัญญาและหลักความเป็นธรรม

ด้านการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในท่าเรือแหลมฉบัง กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะนำระบบ Truck Queue มาใช้เต็มรูปแบบที่ท่าเทียบเรือ B5 และ C3 ภายในเดือนตุลาคม 2569 ควบคู่กับการบริหารจัดการพื้นที่ Buffer Zone ไร่ ซึ่งสามารถรองรับการจัดคิวรถบรรทุกและตู้สินค้าขาออกได้สูงสุด 19,410 ทีอียู พร้อมกำหนดอัตราการระบายรถผ่านจุดตรวจไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง ก่อนขยายผลสู่ท่าเทียบเรือเอกชนภายในเดือนมกราคม 2570
นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการประเมินของภาคเอกชน ปัญหาความแออัดภายในท่าเรือก่อให้เกิดต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูงถึง 12,000-20,000 ล้านบาทต่อปี การนำระบบ Truck Queue มาใช้จะช่วยลดการกระจุกตัวของรถบรรทุก ลดระยะเวลารอคอย และลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและออกแบบระบบ Smart Port ให้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้นำเข้า-ส่งออก และหน่วยงานภาครัฐแบบเรียลไทม์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2571 พร้อมเร่งจัดทำ Master Plan พัฒนาท่าเรือ ขยายพื้นที่ Buffer Zone เพิ่มอีก 60 ไร่ ปรับโครงสร้างค่าภาระท่าเรือ และเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้เปิดให้บริการภายในปี 2574 รวมทั้งผลักดันการขนส่งสินค้าทางรางจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 30 หรือประมาณ 6 ล้านทีอียูต่อปี

ด้านนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังพร้อมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะการเตรียมทดลองใช้ระบบ Truck Queue ที่ท่าเทียบเรือ B5 และ C3 ในเดือนตุลาคมนี้ รวมทั้งเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการใช้พื้นที่ Buffer Zone ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รองรับการพัฒนาท่าเรือสู่ Smart Port และยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศในอนาคต
ยืนยงค์ ยินดีทรง/รายงาน




เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นางสาวนัฐอนันตา จินดาพงศ์เจริญ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นำพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ อาคารบริหาร ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและสร้างความปลอดภัยแก่บุคลากร

การฝึกซ้อมเริ่มต้นด้วยการจำลองเหตุเพลิงไหม้บริเวณกองแผนงาน อาคารบริหาร เมื่อเวลา 10.30 น. โดยมีเสียงดังและกลุ่มควันเกิดขึ้น ก่อนที่พนักงานผู้ประสบเหตุจะตะโกนแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานศูนย์รับแจ้งเหตุผ่านระบบวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์สายด่วนภายใน

จากนั้น ศูนย์รับแจ้งเหตุได้สั่งการให้สายตรวจเข้าควบคุมพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร รักษาความปลอดภัยอาคารและทรัพย์สิน พร้อมประสานหน่วยดับเพลิง รายงานผู้บังคับบัญชา และแจ้งสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ขณะที่พนักงานประจำพื้นที่ได้ดำเนินการดับเพลิงเบื้องต้นตามแผนเผชิญเหตุ

เมื่อจำลองสถานการณ์ว่าไม่สามารถควบคุมเพลิงได้และไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงมีการกดสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทั่วอาคาร ก่อนที่พนักงานทั้งหมดจะอพยพไปยังจุดรวมพลตามเส้นทางหนีไฟที่กำหนด ขณะเดียวกันรถดับเพลิงของท่าเรือแหลมฉบังเข้าระงับเหตุ ค้นหาผู้ประสบภัย และดำเนินการควบคุมเพลิงตามขั้นตอน

ภายหลังการอพยพ ทุกหน่วยงานได้ตรวจสอบจำนวนพนักงานและรายงานผลต่อผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ จุดรวมพล ก่อนที่หัวหน้าชุดดับเพลิงจะสรุปผลการปฏิบัติ และเมื่อเวลา 11.30 น. ผู้อำนวยการดับเพลิงได้ประกาศยุติสถานการณ์ พร้อมขอบคุณพนักงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการฝึกซ้อม

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทบทวนแผนเผชิญเหตุ เสริมสร้างทักษะการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จริง รวมถึงสร้างความคุ้นเคยในการอพยพและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินให้น้อยที่สุด





เทศบาลนครแหลมฉบังจัดกิจกรรม “Aerobic Mix Dance ฟิลแหลมฉบัง” ชวนประชาชนออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

   เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เทศบาลนครแหลมฉบัง จัดกิจกรรม “Aerobic Mix Dance ฟิลแหลมฉบัง” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

โดยมี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความสุข และความสามัคคีของคนในชุมชน


นอกจากนี้ นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วยพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ได้ร่วมกิจกรรมและสนับสนุนเครื่องดื่มพร้อมขนมสำหรับผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก “ครูรุต” ผู้นำเต้นแอโรบิกแดนซ์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายสุขภาพชื่อดังบน TikTok มาร่วมสร้างสีสันและนำการออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้ขยับร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรง และเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กิจกรรม “Aerobic Mix Dance ฟิลแหลมฉบัง” เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้แนวคิด “ขยับร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี ไม่มีเบื่อ รวมพลังสร้างสังคมสุขภาพดี สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเรา” เพื่อสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนต่อไป








ทลฉ. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,


ผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และประชาชน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

     เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล วางพานพุ่มทอง–พานพุ่มเงิน ถวายธูปเทียนแพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 48 พรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารบริหาร ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ภายในพิธี มีการกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการและพนักงานที่ดี พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี โดยมี คณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ และผู้นำชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมพิธีกว่า 200 คน

การจัดพิธีครั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย และทรงเป็นแบบอย่างแห่งพระราชจริยวัตรอันงดงาม สมควรแก่การเทิดทูนสักการะของปวงชนชาวไทย

สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ในฐานะหน่วยงานสำคัญด้านเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ ยังคงยึดมั่นในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การพัฒนาชุมชน และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป


ชลบุรี - นครแหลมฉบังเปิดมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด “ดูแลใจ ดูแลกาย ดูแลกัน”

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

    เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมสุขภาพนครแหลมฉบัง ครั้งที่ 8 โดยมี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และผู้แทนจากโรงพยาบาลทั้ง 16 แห่ง เข้าร่วมงานและออกบูธให้บริการตรวจคัดกรองโรคแก่ประชาชน

สำหรับโครงการมหกรรมสุขภาพนครแหลมฉบัง จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมอ่าวอุดม เพื่อให้ประชาชนได้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมทั้งรับข้อมูลข่าวสาร นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านสุขภาพแบบบูรณาการ รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง
การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ภายในงาน นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 200,000 บาท สำหรับการจัดบูธตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้ เพื่อสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข
นอกจากนี้ ยังมีบูธแสดงจากหน่วยงานต่างๆ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย การให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และกิจกรรมให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย








ท่าเรือแหลมฉบังจัดกิจกรรม “สงกรานต์ลานข้าว 2569” พนักงานร่วมทำบุญ สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้บริหาร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

 

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ท่าเรือแหลมฉบังได้จัดกิจกรรม “สงกรานต์ลานข้าว 2569” เพื่อสืบสานประเพณีไทยเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ณ สนามหญ้า อาคารบริหาร ท่าเรือแหลมฉบัง 

ภายในงานช่วงเช้า เวลา 08.30 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากนั้นเวลา 09.30 น. เป็นพิธีสงฆ์และสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่พิธีรดน้ำขอพรผู้บริหารในเวลา 10.30 น. และร่วมรับประทานอาหารกลางวันในเวลา 11.30 น. 

โดยมี ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และ นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมในพิธีรดน้ำขอพร

การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ท่าเรือแหลมฉบังดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและบุคลากรได้ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สร้างความรัก ความสามัคคีในองค์กร และเปิดโอกาสให้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังคับบัญชา ตลอดจนเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตและการทำงาน


ชลบุรี - ท่าเรือแหลมฉบังมอบทุนเยาวชนรอบท่าเรือ 27 ทุน รวม 5.86 แสนบาท

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , ,

 

   เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569   ที่ ห้องแตรทอง 1 ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี นางสิริมา กีรติยาคม รองผู้อำนวยการ ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานเปิดโครงการทุนการศึกษาอย่างยั่งยืนสำหรับเยาวชนในชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง ประจำปีการศึกษา 2569 ครั้งที่ 1 พร้อมด้วย นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบังนาง ภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา ผู้แทนจากอำเภอบางละมุง ผู้บริหารและพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้แทนชุมชนรอบท่าเรือ และเยาวชนที่ได้รับทุน เข้าร่วมงานในครั้งนี้


นางสิริมา กล่าวว่า โครงการทุนการศึกษาอย่างยั่งยืนสำหรับเยาวชนในชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบัง เป็นโครงการที่กำหนดไว้ในกรอบการดำเนินกิจกรรมด้านสวัสดิการสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม ของคณะอนุกรรมการพัฒนาชุมชนและสังคมรอบท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ โดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 และได้สนับสนุนทุนการศึกษาไปแล้วรวมทั้งสิ้น 539 ทุน

ทั้งนี้ ท่าเรือแหลมฉบังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา และการพัฒนาเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งจะเป็นกำลังหลักและแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศในอนาคต จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษา ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และผ่านการคัดเลือกจากคณะอนุกรรมการพัฒนาชุมชนและสังคมรอบท่าเรือแหลมฉบัง

สำหรับในปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 1 ท่าเรือแหลมฉบังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่โดยรอบท่าเรือ จำนวน 27 ทุน เป็นเงินสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 586,000 บาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่


ชลบุรี - ท่าเรือแหลมฉบัง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 35 ปี

เขียนโดย Admin | | หมวดหมู่ , , ,

 

    เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง  อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 35 ปี โดยมีนางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ช่วยปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ผู้นำชุมชน ครูนักเรียนรอบพื้นที่ท่าเรือ เข้าร่วม


ภายในงานได้ประกอบพิธีถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถวายสักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” และถวายสักการะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงาน ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล และเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์


ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร กล่าวว่า การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 35 ปีในปีนี้ เป็นไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยท่าเรือแหลมฉบังจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกวันที่ 21 มกราคมของทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานผู้ปฏิบัติงานทุกคน

นอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังได้มอบเงินสนับสนุนเพื่อกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 780,000 บาท ประกอบด้วย ทุนเพื่อผู้ด้อยโอกาส “เติมใจให้กัน” จำนวน 7 มูลนิธิ มูลนิธิละ 40,000 บาท รวม 280,000 บาท ทุนอาหารกลางวัน “เพื่อน้องอิ่มท้อง” มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3 แห่ง แห่งละ 20,000 บาท รวม 60,000 บาท และทุนการศึกษา “เพื่อดาวดวงน้อย” มอบให้โรงเรียนในพื้นที่ 22 โรงเรียน โรงเรียนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 440,000 บาท

ทั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ ร่วมสมทบทุนอาหารกลางวัน “เพื่อน้องอิ่มท้อง” เพิ่มอีก 18,000 บาท เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับเยาวชนในชุมชนรอบท่าเรือ

ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเปิดดำเนินการของท่าเรือแหลมฉบัง จากท่าเรือที่มีปริมาณตู้สินค้ายังไม่มากนัก ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ทำให้ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังมีปริมาณสินค้าผ่านท่ามากกว่า 10 ล้านตู้ต่อปี และสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ Top 20 ของท่าเรือชั้นนำระดับโลก นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรและประเทศ

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังพร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต